
เคาะปตท.สผ. ถือหุ้น100% แหล่งนางนวล
ครม.ไฟเขียวบริษัทลูก ปตท.สผ. รับโอนหุ้นผู้รับสัมปทานแหล่งนางนวล ชี้เป็นพื้นที่มีศักยภาพโอกาสพบปิโตรเลียมสูง
ครม.ไฟเขียวบริษัทลูก ปตท.สผ. รับโอนหุ้นผู้รับสัมปทานแหล่งนางนวล ชี้เป็นพื้นที่มีศักยภาพโอกาสพบปิโตรเลียมสูง
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้บริษัท เจ เอ็กซ์ นิปปอน แอนด์ แก๊ส เอ็กพลอเรชั่น คอร์ปอเรชั่น โอนสิทธิประโยชน์และพันธะที่บริษัทถือในสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 3/2528/28 แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข B6/27 อยู่ที่ 40% ให้แก่ บริษัท ปตท.สผ.สยาม ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ.
ทั้งนี้ คณะกรรมการปิโตรเลียมได้พิจารณากลั่นกรองแล้ว เห็นว่าการโอนสัมปทานปิโตรเลียมครั้งนี้เป็นการดำเนินการทั่วไปในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และผู้รับโอนสัมปทานมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด จึงเห็นควรอนุญาตให้บริษัทโอนสัมปทานได้ โดยให้ออกเป็นสัมปทานปิโตรเลียมเพิ่มเติมเป็นฉบับที่ 2 ของสัมปทานปิโตรเลียม เลขที่ 3/25528/28 เมื่อโอนแล้วมีผลให้บริษัท ปตท.สผ.สยาม เป็นผู้ถือสิทธิประโยชน์และพันธะตามสัมปทานดังกล่าวรายเดียว จากเดิมที่บริษัทถือสิทธิประโยชน์และพันธะอยู่ที่ 60%
อย่างไรก็ตาม รายงานของกระทรวงพลังงาน ระบุว่า การโอนและรับสิทธิในสัมปทานปิโตรเลียมของบริษัทผู้รับสัมปทานครั้งนี้ เพื่อเปลี่ยนแผนการลงทุนในกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของผู้รับสัมปทานแต่ละราย การดำเนินงานในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและมีความเสี่ยงสูง บริษัทผู้รับโอนจะต้องลงทุนสำรวจล่วงหน้าเพื่อให้ดำเนินงานสำรวจได้แล้วเสร็จตามที่กำหนดในสัมปทาน
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปัจจุบันสัมปทานปิโตรเลียมดังกล่าวอยู่ในระยะเวลาผลิต 30 ปี (2536-2566) มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ผลิตปิโตรเลียมนางนวล พื้นที่ผลิตปิโตรเลียมนางนวลบี และพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมนางนวลส่วนขยาย ปัจจุบันทั้ง 3 แหล่งได้หยุดผลิต เนื่องจากมีน้ำเข้าหลุมผลิตทำให้ปริมาณการผลิตไม่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์ แต่ตามแรงสำรวจดังกล่าวมีโครงสร้างที่น่าสนใจหลายแห่ง ซึ่งไม่มีการเจาะหลุมพิสูจน์ศักยภาพปิโตรเลียมแต่ยังมีโอกาสสูงที่จะพบปิโตรเลียมเพิ่มเติมในอนาคต







