posttoday
เสน่ห์ญี่ปุ่นยังดึง(ดูด) นักช็อปไทยไม่ตก

เสน่ห์ญี่ปุ่นยังดึง(ดูด) นักช็อปไทยไม่ตก

03 สิงหาคม 2560

ชลธิชา ภัทรสิริวรกุลญี่ปุ่นในวันนี้แม้ว่าจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็ยังคงเสน่ห์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนเข้ามาเยือนได้อยู่ตลอด ไม่ขาดสาย โดยเฉพาะนักช็อปจากประเทศไทย ที่ติดอันดับท็อปไฟว์นักท่องเที่ยวจากต่างชาติที่มา จำนวนมากไม่มาก เห็นได้จากตามร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ เริ่มมีภาษาไทยติดไว้แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลแรงช็อปของคนไทย

ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ญี่ปุ่นในวันนี้แม้ว่าจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็ยังคงเสน่ห์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนเข้ามาเยือนได้อยู่ตลอด ไม่ขาดสาย โดยเฉพาะนักช็อปจากประเทศไทย ที่ติดอันดับท็อปไฟว์นักท่องเที่ยวจากต่างชาติที่มา จำนวนมากไม่มาก เห็นได้จากตามร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ เริ่มมีภาษาไทยติดไว้แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลแรงช็อปของคนไทย

นิวัตชัย ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้จัดการบริการสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ให้ข้อมูลว่าแม้ว่าเศรษฐกิจช่วงนี้จะซบเซาไปบ้าง แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและพักผ่อนในประเทศญี่ปุ่นก็ยังเติบโตต่อเนื่องอยู่ เนื่องจากญี่ปุ่นมีสถานที่ให้เที่ยวหลากหลาย มาหลายครั้งก็ยังเที่ยวได้ไม่เบื่อ

ทั้งนี้ ยืนยันได้จากการรายงานตัวเลขจำนวนผู้มาใช้บริการของสายการบินไทยที่สนามบินนาริตะในช่วง 5 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค. 2560) ก็ยังมีอัตราการขยายตัวอยู่ แม้ว่าจะเป็นการขยายตัวในเลขหลักเดียวก็ตาม

"ถ้าสถานการณ์ยังเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไร ก็เชื่อว่าตลาดญี่ปุ่นของสายการบินไทยจะยังเติบโตต่อเนื่อง เพราะการให้บริการของการบินไทยที่สนามบินนาริตะ มีระบบการบริหารจัดการที่ดี จึงไม่มีปัญหาและคนไทยส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวญี่ปุ่นก็เข้าใจและมีการปรับตัวตามข้อกำหนดและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเยอะ" นิวัตชัย กล่าว

สำหรับการให้บริการของสายการบินไทยในประเทศญี่ปุ่นมีทั้งหมด 6 จุด ให้บริการ ได้แก่ สนามบินนาริตะ สนามบินฮาเนะดะ สนามบินฟูกุโอกะ สนามบินโอซากา (คันไซ) สนามบินนาโกยา (ซูบุ) สนามบินเซนได และสนามบินซัปโปโร โดยเฉพาะที่สนามบินนาริตะ สายการบินไทยเปิดให้บริการทุกวัน วันละ 3 ไฟลต์ รวม 21 ไฟลต์/สัปดาห์ ด้วยเครื่องบินแอร์บัส 330-300 แอร์บัส 604 ที่มีขนาด 777 ที่นั่ง และแอร์บัส A380 ที่มี 504 ที่นั่ง

สำหรับไฟลต์ที่คนไทยชอบใช้บริการกลับจากญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะเป็นไฟลต์ช่วงเย็น เพราะจะได้มีเวลาเที่ยวต่ออีกวัน ส่วนไฟลต์เช้าหรือช่วงกลางคืนจะเป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่น ขณะที่ช่วงที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นมากที่สุด (ช่วงพีค) คือ ช่วงโกลเด้น วีค หรือประมาณช่วงปลายเดือน เม.ย. ส่วนช่วงโลว์ซีซันจะเป็นช่วงปลายเดือน พ.ค.ถึงต้นเดือน ก.ค. เพราะเป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวไปแล้ว รวมทั้งเป็นช่วงที่เริ่มเข้าหน้าฝนของญี่ปุ่นด้วย

ด้าน ยุทธนากรณ์ ดิษฐาพร ไกด์ไทยที่ให้บริการรับคณะทัวร์จากไทยมานานหลายสิบปี เล่าในมุมมองของไกด์ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของญี่ปุ่นในปัจจุบันว่า ถ้าลองสังเกตดูให้ดีจะพบว่า ญี่ปุ่นวันนี้เปลี่ยนไป เพราะด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว จึงทำให้เห็นถึงการปรับตัวของคนญี่ปุ่น เช่น สินค้าราคาเท่าเดิม แต่ขนาดและปริมาณอาจลดลงนิดหน่อย และราคาสินค้าบางประเภท อย่าง เครื่องสำอาง ถ้าสังเกตดูให้ดี จะพบว่า แต่ละร้านขายราคาไม่เท่ากัน รวมทั้งค่าครองชีพในญี่ปุ่นช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีการปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 20%

"ปีนี้นักท่องเที่ยวไทยที่มาเที่ยวญี่ปุ่นลดลงมานิดหน่อย แต่ก็ยังเป็นนักช็อปอันดับ 4 รองจากจีน ไต้หวัน และเกาหลี" ยุทธนา กล่าว

โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนยังเป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นอยู่ โดยมีเรือเฟอร์รี่รับนักท่องเที่ยวจีนข้ามไปเกาะคิวชูวันละ 4 เที่ยว และคิดค่าบริการถูกมาก ในอัตรา 4,000 หยวน

สาเหตุที่บริษัททัวร์สามารถขายทัวร์ให้นักท่องเที่ยวได้ในราคาถูก เพราะญี่ปุ่นใช้วิธีเหมือนกับไทยเมื่อก่อน ที่ร้านค้า ร้านจิวเวลรี่ และดิวตี้ฟรีลงทุนทำรถทัวร์เอง แล้วให้บริษัททัวร์ยืมหรือเช่าในราคาถูก แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องพาลูกทัวร์มาลงที่ร้าน เลยทำให้ต้นทุนของบริษัททัวร์ต่ำลง จึงขายทัวร์ได้ในราคาถูกลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาฤดูหนาว โอลิมปิกเกมส์โดยรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าเพิ่มนักท่องเที่ยวไว้ที่ 40 ล้านคน และคาดว่าปีนั้น ราคาที่พัก ค่าเช่ารถ ค่ากินอยู่ในญี่ปุ่นจะเพิ่มสูงขึ้นอีกแน่นอน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ