
จับตาการเมืองญี่ปุ่น
มณฑล จุนชยะประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ[email protected]ก่อนหน้านี้ ปัจจัยทางการเมืองของยุโรปก็เป็นประเด็นให้ผู้ลงทุนในตลาดได้ลุ้นและติดตามกันมาพักใหญ่ ก่อนจะคลี่คลายลงไป ส่งผลเชิงบวกต่อภาพการลงทุนในตลาดหุ้นแถบยูโรโซนทันที แต่สำหรับคอลัมน์ฉบับนี้ ปัจจัยทางการเมืองในแถบประเทศเศรษฐกิจหลักของเอเชียอย่างประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มกลับมาอยู่ในกระแสที่ทำให้ภาคการลงทุนทั่วโลกต้องหันมาจับตามองกันอีกครั้ง หลังจากที่ยูริโกะ โคอิเคะ ได้ชนะการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการกรุงโตเกียวเมื่อปีก่อน โดยเธอไม่ได้มาจากพรรคฟากรัฐบาล หรือพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ทำให้นักวิเคราะห์เริ่มทยอยหันกลับมามองถึงคะแนนความนิยมของพรรครัฐบาล LDP ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อนโยบายการลงทุนในญี่ปุ่น
มณฑล จุนชยะประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ[email protected]
ก่อนหน้านี้ ปัจจัยทางการเมืองของยุโรปก็เป็นประเด็นให้ผู้ลงทุนในตลาดได้ลุ้นและติดตามกันมาพักใหญ่ ก่อนจะคลี่คลายลงไป ส่งผลเชิงบวกต่อภาพการลงทุนในตลาดหุ้นแถบยูโรโซนทันที แต่สำหรับคอลัมน์ฉบับนี้ ปัจจัยทางการเมืองในแถบประเทศเศรษฐกิจหลักของเอเชียอย่างประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มกลับมาอยู่ในกระแสที่ทำให้ภาคการลงทุนทั่วโลกต้องหันมาจับตามองกันอีกครั้ง หลังจากที่ยูริโกะ โคอิเคะ ได้ชนะการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการกรุงโตเกียวเมื่อปีก่อน โดยเธอไม่ได้มาจากพรรคฟากรัฐบาล หรือพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ทำให้นักวิเคราะห์เริ่มทยอยหันกลับมามองถึงคะแนนความนิยมของพรรครัฐบาล LDP ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อนโยบายการลงทุนในญี่ปุ่น
ผลการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีในวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา โดย ชินโสะ อาเบะ ได้เลือก ทาโระ โคโนะ ให้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ แทน ฟุมิโอะ คิชิดะ ซึ่ง ทาโระ โคโนะ เป็นคนที่มีความมั่นใจสูง และมีความคุ้นเคยกับบุคคลสำคัญหลายคนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นบุคคลที่น่าจะสามารถรับมือกับสภาวะทางการเมืองระหว่างประเทศที่ค่อนข้างสับสน โดยเฉพาะสหรัฐ
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ตลาดได้มีการวิเคราะห์ถึงแนวทางการปรับโครงสร้างคณะรัฐมนตรีของ ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรี โดยการวิเคราะห์ออกมาเป็น 3 แบบ โดยแบบแรก คือ การเลือกสร้างเสถียรภาพของรัฐบาล โดยการคัดเลือกหาบุคคลที่มีประสบการณ์ทางการเมืองและเป็นการคัดเลือกสมาชิกใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงทางการเมือง เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นคณะรัฐมนตรี
แบบที่สอง คือ การเลือกสร้างคะแนนความนิยมให้กับพรรคร่วมรัฐบาล โดยการนำบุคคลภายในพรรคร่วมรัฐบาลหรือเสียงส่วนน้อยขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่มีการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ และแบบสุดท้าย คือ การนำบุคคลที่มีชื่อเสียงมาร่วมในคณะรัฐมนตรีก็อาจจะทำให้คะแนนความนิยมเพิ่มขึ้นได้ในระยะสั้น แต่จำนวนที่นั่งในคณะรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลของ ชินโสะ อาเบะ ก็อาจจะยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายได้ ทั้งนี้ ตลาดได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ชินโสะ อาเบะ อาจจะเลือกแนวทางแรก เพื่อเป็นการสร้างเสถียรภาพให้กับภาครัฐบาล
จากการปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ โดยเฉพาะในกระทรวง ต่างประเทศ ชินโสะ อาเบะ เลือกสร้างเสถียรภาพให้กับภาครัฐบาล โดยในแง่มุมของตลาดทุน ได้เคยคาดการณ์ไว้ว่า แนวทางนี้จะลดความเสี่ยงทางการเมืองได้ในระยะสั้น แต่จะมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกับคะแนนความนิยมต่อ ชินโสะ อาเบะ และหากขาดที่นั่งพรรคร่วมรัฐบาลไป สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลก็อาจจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและมีผลต่อการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค LDP ที่จะมีขึ้นในช่วงเดือน ก.ย.ปีหน้า และการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นในเดือน ธ.ค.ในปีเดียวกัน โดยปัจจัยทางการเมืองของประเทศญี่ปุ่นในรอบนี้จะกลายเป็นปัจจัยความเสี่ยงของภาคตลาดเงินที่ต้องติดตาม เพราะอาจจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นญี่ปุ่น
อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นของภาคการเงินและความมีเสถียรภาพทางการเมืองย่อมเป็นปัจจัยที่เกี่ยวพันกันมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม ดังนั้นสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศญี่ปุ่นถัดจากนี้ อาจเริ่มเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อภาคตลาดทุนด้วยเช่นกัน







