
สหรัฐแจงทิศทางอาเซียน
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จะเดินทางเยือนประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 5-9 ส.ค.นี้ โดยมีหัวใจหลักอยู่ที่การเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่กรุงมะนิลา ซึ่งจะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 2-8 ส.ค.
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จะเดินทางเยือนประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 5-9 ส.ค.นี้ โดยมีหัวใจหลักอยู่ที่การเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่กรุงมะนิลา ซึ่งจะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 2-8 ส.ค.
บรรดาสื่อหลายสำนักต่างระบุว่า การเยือนอาเซียนเป็นครั้งแรกของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐในยุคประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างยิ่งและถูกจับตามองเป็นอย่างมาก ว่าจะส่งสาสน์ออกมาอย่างไร ในยุคที่สหรัฐไม่มีความชัดเจนด้านนโยบายต่างประเทศเหมือนในยุคที่ผ่านๆ มา และมีโอกาสที่จะเปลี่ยนทิศทางได้เสมอ
เว็บไซต์วอชิงตัน เอ็กซาไมเนอร์ ระบุว่า ในฐานะ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ การประชุมอาเซียนย่อมหมายถึงโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับรัฐมนตรีต่างประเทศของแต่ละชาติ แต่ปัจจุบัน นักการทูตจำนวนมากมองว่าทิลเลอร์สัน ยังไม่ใช่ตัวจริง เป็นเพียงตัวสำรองที่จะถูกเปลี่ยนเมื่อไรก็ได้
แม้จะอยู่ในฐานะที่เปรียบเสมือนตัวแทนของสหรัฐซึ่งมีความสำคัญมาก แต่ภาพลักษณ์ของทิลเลอร์สันก็ยังดูเนือยกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งไม่กำหนดวาระและบ่งชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในประเด็นต่างๆ จึงทำให้บรรดาชาติพันธมิตรของสหรัฐสับสนและเป็นกังวล ประเทศเหล่านี้ต้องการรู้ว่ารัฐบาลทรัมป์คิดอะไร วางแผนอะไร และมุ่งเป้าเป็นพิเศษไปที่เรื่องอะไร เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ถูกว่าจะสนับสนุนหรือไม่อย่างไร แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดในสิ่งเหล่านี้ และการที่ชาติพันธมิตรลังเลใจ ก็ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของรัฐบาลทรัมป์ด้วยเช่นกัน
ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและเวทีอื่นๆ อาทิ อาเซียนบวก 3 ในครั้งนี้ จะมีการหารือเรื่องอิทธิพลของจีนในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก ที่หลายชาติกังวลว่าจีนจะพยายามเข้าควบคุมเส้นทางการค้าและทรัพยากรธรรมชาติในน่านน้ำเหล่านี้ ในขณะที่สหรัฐต้องการให้ประธานอาเซียนในปีนี้อย่างฟิลิปปินส์หันมาท้าทายจีน และสหรัฐเองก็สามารถผนึกอาเซียนให้ร่วมกันกดดันจีนต่อยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้
อีกประเด็นสำคัญก็คือ การรับมือภัยคุกคามเกาหลีเหนือ โดยมีเรื่องการค้าและช่องทางการเงินเป็นหัวใจหลัก เพราะนอกจากการค้ากับจีนจะคิดเป็นสัดส่วนถึง 80% จากการส่งออกทั้งหมดของเกาหลีเหนือแล้ว ประเทศสมาชิกอาเซียนหลายราย อาทิ ไทย และฟิลิปปินส์ ก็ยังมีส่วนสำคัญใน การร่วมแก้ปัญหานี้เช่นเดียวกัน ซึ่งทิลเลอร์สันควรใช้วิธีเพิ่มความร่วมมือทางการทูตเพื่อกดดันเกาหลีเหนือ
สื่ออเมริกันรายนี้ยังมองว่า นี่ไม่ใช่เกมที่ต้องมีผู้แพ้และผู้ชนะ แต่สามารถตกลงผลประโยชน์ร่วมกันได้ และหากทิลเลอร์สันไม่ฉวยจังหวะนี้ในที่ประชุมอาเซียน จีนก็จะเป็นฝ่ายคว้าไปแทน และจะกลายเป็นความเสียหายร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของสหรัฐในที่สุด n







