
J-Cruises 11
ผมกลับจากล่องเรือ Costa ได้ไม่ทันไร ก็ได้รับเชิญจากเรือสำราญอีกลำ รอบนี้ใหญ่กว่าและนานกว่ารอบที่ผ่านมาเสียอีก เป็นเรือสำราญของ Princess Cruises ที่อยู่ภายใต้ร่มธงของ Carnival Corporation เจ้าของเดียวกันกับ Costa และเรือดังๆ อีกหลายแบรนด์ที่ได้เคยเขียนไว้แล้วในตอนแรกว่าเป็นบริษัทที่สะสมกองเรือสำราญไว้เยอะที่สุดในโลก ตั้งแต่ระดับ Ultraluxury ลงมาจนถึงระดับ Mainstream ใครเป็นลูกค้าตั้งแต่แรกเริ่มอาจจะลองล่องเรือที่ราคาไม่แพงอย่าง Costa และถ้าชอบแล้วอยากขยับไปเรือที่คุณภาพสูงขึ้นก็สามารถไต่ระดับไปได้เรื่อยๆ อย่างรอบนี้ผมก็ขยับไปเรือระดับกลางค่อนไปทางสูง เป็นเรือสัญชาติอเมริกันที่โด่งดังจากหลายเส้นทางโดยเฉพาะ Alasaka และก็เหมือนกับเรืออีกหลายลำ ที่ระยะหลังเพิ่มเส้นทางเอเชียมากขึ้น เพราะตลาดเอเชียเติบโตมาก อย่างเส้นทางที่ผมไปล่องคราวนี้เริ่มต้นที่ประเทศไต้หวันแล้วล่องไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็เลยต้องใช้เวลามากกว่ารอบที่แล้ว
ผมกลับจากล่องเรือ Costa ได้ไม่ทันไร ก็ได้รับเชิญจากเรือสำราญอีกลำ รอบนี้ใหญ่กว่าและนานกว่ารอบที่ผ่านมาเสียอีก เป็นเรือสำราญของ Princess Cruises ที่อยู่ภายใต้ร่มธงของ Carnival Corporation เจ้าของเดียวกันกับ Costa และเรือดังๆ อีกหลายแบรนด์ที่ได้เคยเขียนไว้แล้วในตอนแรกว่าเป็นบริษัทที่สะสมกองเรือสำราญไว้เยอะที่สุดในโลก ตั้งแต่ระดับ Ultraluxury ลงมาจนถึงระดับ Mainstream ใครเป็นลูกค้าตั้งแต่แรกเริ่มอาจจะลองล่องเรือที่ราคาไม่แพงอย่าง Costa และถ้าชอบแล้วอยากขยับไปเรือที่คุณภาพสูงขึ้นก็สามารถไต่ระดับไปได้เรื่อยๆ อย่างรอบนี้ผมก็ขยับไปเรือระดับกลางค่อนไปทางสูง เป็นเรือสัญชาติอเมริกันที่โด่งดังจากหลายเส้นทางโดยเฉพาะ Alasaka และก็เหมือนกับเรืออีกหลายลำ ที่ระยะหลังเพิ่มเส้นทางเอเชียมากขึ้น เพราะตลาดเอเชียเติบโตมาก อย่างเส้นทางที่ผมไปล่องคราวนี้เริ่มต้นที่ประเทศไต้หวันแล้วล่องไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็เลยต้องใช้เวลามากกว่ารอบที่แล้ว
หลังจากมีประสบการณ์ล่องเรือมา แล้วกับ Costa รอบนี้เลยไม่หนักใจกับการ เตรียมตัว แต่ตื่นเต้นกับการไปไต้หวันเพราะไม่ได้ไปมากว่าสิบปี ทริปนี้ดีตรงที่ได้ไปนอนค้างหนึ่งคืนก่อนลงเรือ มั่นใจได้ว่าไม่เกิดความผิดพลาดแน่ๆ ทางเจ้าภาพคือบริษัท Regale International Travel ซึ่งเป็นตัวแทนเรือ Princess Cruises แต่เพียงผู้เดียวในเมืองไทยเป็นผู้จัดทริปนี้ มีลูกค้ารวมผมด้วย 26 คน ถึงแม้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่เคยล่องเรือมาแล้วและแพ็กเกจที่ซื้อมาก็ไม่ใช่ทัวร์ที่ รวมทุกสิ่งอย่าง มีเฉพาะตั๋วเครื่องบิน รถรับส่ง และเรือสำราญเท่านั้น แต่ทางบริษัทก็ยังส่งเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลเผื่อติดขัดอะไรจะได้ไม่ต้องลำบากติดต่อกลับมาเมืองไทย เจ้าหน้าที่ท่านนี้ชื่อ เกลอ ผมขอเรียกว่า พี่เกลอ ละกัน พี่เกลอได้ให้ความรู้และความเป็นกันเองกับผมอย่างมาก ที่สำคัญคือ พี่เกลอเนรมิตอะไรยากๆ ให้ผมได้เกือบทุกอย่าง ติดตามวีรกรรมของผมและพี่เกลอไปเรื่อยๆ นะครับ
เครื่องบินของสายการบินไชน่า แอร์ไลน์ส นำเรามาถึงยังสนามบินเถาหยวนในเวลาบ่ายโมงเศษ กว่าจะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าออกมาก็ปาไปบ่ายสองครึ่ง ซึ่งเลยเวลาอาหารเที่ยงมาแล้ว จะไปกินข้าวก็ อีหลักอีเหลื่อ ทางพี่เกลอและไกด์ท้องถิ่นเขารู้งานเลยจัดอาหารกล่องแบบกินง่ายแต่อิ่มท้องเตรียมไว้ให้พวกเราเรียบร้อยแล้ว ขึ้นรถบัสปุ๊บนั่งฟังไกด์เล่าไปกินไปไม่เสียเวลาดี จากสนามบินเข้าไปยังกลางเมืองไทเปใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ที่แรกที่ไกด์พาไปเที่ยวคือ อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ก สถานที่ท่องเที่ยวมหานิยมของการมาเที่ยวกรุงไทเปที่ทุกทัวร์ต้องมากัน จะเที่ยวที่นี่ให้สนุกควรทราบข้อมูลของอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเช็กมาบ้าง โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านจากราชวงศ์ชิงมาเป็นจีนยุคใหม่ และการขับเคี่ยวระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์จีนของท่านประธานเหมาและพรรคก๊กมินตั๋งของท่านเจียงไคเช็ก จนมาเป็นประเทศไต้หวันในที่สุด สำหรับท่านที่ไม่มีพื้นความรู้มาเลยจะเบื่อๆ หน่อย แต่สำหรับผมตื่นเต้นมากที่ได้มาเห็นภาพวีรกรรมต่างๆ ของท่านเจียงไคเช็กที่ชั้นล่าง จากนั้นก็ขึ้นไปชมการเปลี่ยนเวรทหารบนชั้น 4 อันนี้ผมเฉยๆ เพราะเคยชมพิธีเปลี่ยนเวรทหารมาแล้วในหลายๆ ประเทศ
เสร็จจากอนุสรณ์สถานก็ได้เวลาช็อปปิ้ง พี่เกลอและไกด์พาเราไปที่ตึกไทเป 101 ตึกที่สูงที่สุดในไต้หวันและยังเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกด้วย "เราจะซื้อของและกินข้าวเย็นกันที่นี่ กลับมาเจอกันตรงนี้ 2 ทุ่มตรงนะครับ" พี่เกลอแจ้งข้อมูลสำคัญแล้วก็ปล่อยให้พวกเราไปทำอะไรตามใจชอบ อย่างแรกก็ต้องถ่ายรูปตึก จากพื้นราบจะถ่ายภาพตึกให้เต็มต้องย่อแล้วย่ออีก จากนั้นก็แวะไปกินข้าวเย็นก่อน เพราะอาหารกล่องที่พี่เกลอเตรียมให้ได้ย่อยสลายไปหมดแล้ว ชั้นใต้ดินของตึก 101 เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์อาหาร มีร้านดังอย่าง Din Tai Fung ที่มีสารพัดดีกรีระดับโลกการันตีตั้งอยู่ด้วย แต่ทว่าคิวยาวเหลือคณากะด้วยสายตาไม่ต่ำกว่าห้าหกสิบคิว อีกประการที่บ้านเราก็มีและคิวก็ไม่ยาวเท่า อย่ากระนั้นเลยไปหาอาหารท้องถิ่นที่เมื่อมาแล้วต้องกินดีกว่า
Food court ที่อยู่ติดๆ กัน อุดมไปด้วยร้านอาหารนานาชนิด แต่แบ่งได้เป็น 2 แนวใหญ่ๆ คือ ร้านอาหารไต้หวันและญี่ปุ่น นึกย้อนมาถึงบ้านเราที่ปัจจุบันตามศูนย์การค้ามีร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งนำเข้าและคิดเองมากกว่าร้านอาหารไทยเสียอีก มาไต้หวันสองอย่างแรกที่แวบขึ้นมาในหัวคือ บะหมี่เนื้อ และหอยทอด แต่ความที่เป็นคนชอบทั้งเนื้อและอาหารประเภทเส้น ก็เลยจัดบะหมี่เนื้อเป็นมื้อแรกในไต้หวันให้หายอยาก
เส้นบะหมี่แตกต่างจากของบ้านเราลิบลับ ถ้าพูดกันตามตรงเส้นดีกว่าที่เคยกินในประเทศจีนด้วยซ้ำ จำที่คุณไกด์เล่าให้ฟังได้ว่า ตอนที่ท่านเจียงไคเช็กล่าถอยมาที่เกาะไต้หวันนั้นมีผู้ติดตามข้ามมาด้วยไม่น้อย และส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายสาขาซึ่งรวมทั้งอาหารการกินด้วย ดังนั้นอาหารจีนในไต้หวันจึงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าบนผืนแผ่นดินจีนเลย เนื้อที่ตุ๋นได้ที่ทั้งหนาและนุ่มอร่อยมากจนอยากกินอีก และที่ถูกปากเข้าไปใหญ่คือพริกตำเติมเพิ่มรสเผ็ดให้บะหมี่มีรสชาติถูกใจคนไทยมากยิ่งขึ้น ตบท้ายด้วยชานมไข่มุกเครื่องดื่มที่ทำให้นึกถึงไต้หวันทุกครั้งที่ได้ชิม เมื่อมาถึงถิ่นแล้วมีหรือที่จะไม่ลอง จำได้ว่ากินชาไข่มุกครั้งแรกในไทยเมื่อ 20 ปีก่อน มีร้านเปิดแถวสยามสแควร์หลายร้าน แล้วก็หายหน้าหายตาไปพักใหญ่หลังยุคร้านนมสดและร้านกาแฟครองเมือง ตอนนี้ชาไข่มุกกลับมานิยมอีกครั้งพร้อมความหลากหลายที่มากขึ้นเหมือนกับที่ไต้หวันเลย
กะว่าหลังอาหารจะเดินช็อปปิ้งเสียหน่อย แต่ร้านค้าในตึกส่วนใหญ่เป็นสินค้า แบรนด์เนมชื่อดัง เลยไม่ได้อะไรติดมือมา จนถึงเวลานัดก็พากันขึ้นรถแล้วออกเดินทางไปยังที่พัก คืนนี้เรานอนที่โรงแรม Fullon Hotel Shenkeng ที่อยู่ห่างจากกรุงไทเปออกไปประมาณ 30-40 นาที
เมือง Shenkeng เป็นเมืองเล็กๆ มีประชากรราวสองหมื่นคน ทั้งเมืองมีถนนสายหลักอยู่เพียงเส้นเดียว มีร้านค้าสารพัดเรียงรายอยู่สองฝั่งถนน โรงแรมของเราก็ตั้งอยู่บนถนนสายหลักนี้เช่นกัน ผมอดแปลกใจถามพี่เกลอไม่ได้ว่า ทำไมถึงไม่พักในไทเปแต่กลับมาพักเมืองเล็กๆ ที่ไม่ค่อยจะมีอะไรแบบนี้ คำตอบคือวันรุ่งขึ้นเราไปลงเรือที่เมือง Keelung ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองที่เราพักจึงสะดวกกว่านอนในไทเป ไม่ต้องตื่นเช้าและฝ่าการจราจรที่ติดขัด ห้องพักของโรงแรม Fullon เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมาย ทั้งใหม่ ใหญ่ สะอาด และสะดวกสบาย เป็นความหรูหราเกินหน้าเกินตาอาคารและสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่ง หลังจากดื่มด่ำกับความดีงามของห้องแล้ว เห็นว่ายังพอมีเวลาเลยขอลงไปเดินเล่นดูบ้านดูเมืองเสียหน่อย n







