
บางจากเล็งทุ่ม3พันล้านซื้อหุ้นร่วมทุนโรงงานเอทานอล
บางจากทุ่มเงิน 2,000-3,000 ล้านบาทเล็งซื้อหุ้นร่วมทุนโรงงานเอทานอลรองรับการใช้ที่เพิ่มขึ้นเป็น 4 แสนลิตร/วันหลังยกเลิกขายเบนซิน91 ปี 55
บางจากทุ่มเงิน 2,000-3,000 ล้านบาทเล็งซื้อหุ้นร่วมทุนโรงงานเอทานอลรองรับการใช้ที่เพิ่มขึ้นเป็น 4 แสนลิตร/วันหลังยกเลิกขายเบนซิน91 ปี 55
นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาหาพันธมิตรร่วมทุนโรงงานผลิตเอทานอล 1-2 ราย โดยคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท เพื่อหาแหล่งผลิตเอทานอลที่มั่นคง รองรับปริมาณความต้องการใช้เอทานอลที่เพิ่มขึ้นจากวันละ 2 แสนลิตรเป็น 4 แสนลิตร/วัน หลังมีแผนยกเลิกจำหน่ายเบนซิน 91 ในปี2555 ทำให้ต้องหันมาจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทุกประเภท
ทั้งนี้มีมีนโยบายชัดเจนจะยกเลิกจำหน่ายเบนซิน 91 ซึ่งยอมรรับว่าจากนี้ไปจะทำให้รายได้หายไปปีละ 100 ล้านบาท เนื่องจากเมื่อเทียบการจำหน่ายเบนซินจะได้ค่าการตลาดน้ำมันที่ดีกว่าการจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ ดังนั้นนอกจากการหาแหล่งผลิตเอทานอลไว้ใช้ผลิตแก๊สโซฮอล์แล้ว การเข้าไปซื้อหุ้นในโรงงานเอทานอลก็หวังจะได้กำไรจากการลงทุนในส่วนนี้เพื่อทดแทนรายได้ที่ลดลงไป
อย่างไรก็ดีบางจากมีแผนขยายปั๊มแก๊สโซลฮอล์อี20ให้ครบ 500 แห่งจากปัจจุบันมีอยู่ 300 แห่ง และขยายปั๊มแก๊สโซฮอล์อี85 ให้ครบ 50 แห่ง ภายในปี 2555 โดยจะเป็นการชดเชยหัวปั๊มน้ำมันของเบนซิน91 ที่จะยกเลิกจำหน่าย
“ก่อนหน้านี้บางจากเคยมีแผนที่จะตั้งโรงงานเอทานอลเอง แต่เมื่อพิจารณาแล้วควรจะวิธีการซื้อหุ้นในโรงงานเอทานอลที่เดินเครื่องการผลิตอยู่แล้วดีกว่าซึ่งไม่ควรถือหุ้นต่ำกว่า 40% วิธีการดังกล่าวน่าจะทำให้การบริหารได้ดีกว่า เพราะบางจากไม่มีประสบการณ์ทางด้านนี้มาก่อน ซึ่งคาดว่าภายสิ้นปีนี้จะมีข้อสรุปแผนการซื้อหุ้นโรงงานเอทานอล 1 แห่งก่อน หลังจากนั้นในปีถัดไปจะซื้อหุ้นอีก 1แห่ง โดยระหว่างนี้กำลังศึกษาถึงเงื่อนไขการลงทุนที่เหมาะสม”นายอนุสรณ์ กล่าว
นายอนุสรณ์ กล่าวถึง สถานการณ์ราคารน้ำมันสัปดาห์นี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพราะราคาน้ำมันตลาดโลกเคลื่อนไหวอยู่ที่ 73 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นสูงสุด 78 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 30.72 บาท/เหรีญญสหรัฐ เป็นผลดีทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันลดลง ดังนั้นในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงทรงตัวในระดับสูงทำให้ราคาขายปลีกไม่ปรับเพิ่มขึ้น โดยทุก 1 บาทที่แข็งค่าขึ้น จะมีผลต่อราคาน้ำมัน 50 สต./ลิตร ซึ่งขณะนี้ค่าการตลาดน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 1.40 บาท/ลิตร ดังนั้นหากราคาน้ำมันตลาดโลกไม่เปลี่ยนแปลงราคาในประเทศยังคงอยู่ในระดับเดิม







