posttoday
เอ็มเอไอเล็งหามิตรโรดโชว์

เอ็มเอไอเล็งหามิตรโรดโชว์

27 กรกฎาคม 2560

mai ลุยหากองทุนไทยเป็นพันธมิตรจับมือโรดโชว์ หวังเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้น

mai ลุยหากองทุนไทยเป็นพันธมิตรจับมือโรดโชว์ หวังเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้น

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า เอ็ม เอ ไอ อยู่ระหว่างการหาพันธมิตรเป็นนักลงทุนสถาบันในประเทศ ในการร่วมกันนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) บริษัท จดทะเบียน (บจ.) ของเอ็ม เอ ไอ ให้เป็นที่รู้จักและเจาะกลุ่มในการให้ข้อมูล มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ต่างประเทศ อย่างบริษัทหลักทรัพย์ ซีติค ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) หรือ CLSA ที่จะจัดโรดโชว์ให้แก่ลูกค้า หรือกองทุนต่างประเทศที่สนใจหุ้น เอ็ม เอ ไอ อย่างต่อเนื่องมา 2-3 ปีแล้ว ซึ่งก็ถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตลอดมา

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เอ็ม เอ ไอ ได้ร่วมกันให้ข้อมูลของ บจ.มีการลงทุน ใช้เครื่องมือทางการเงินในตลาดทุน จนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด รวมถึงการให้ ผู้ลงทุนเข้าถึงบทวิเคราะห์ โดยขอความร่วมมือกับ บล.ต่างๆ หรือการเอื้ออำนวยความสะดวกผู้ลงทุนในการมีสแนปช็อตที่สรุปข้อมูลสำคัญให้ผู้ลงทุนได้เข้าถึงข้อมูล บจ.ทุกเวลาหลังจากสแกนผ่านสมาร์ทโฟนแล้ว

ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายหุ้น บจ.เอ็ม เอ ไอ ของนักลงทุนสถาบันทั้งหมด ยังไม่เกิน 5% ส่วนหนึ่งเพราะมี บจ.ย้ายขึ้นไปจดทะเบียนบนกระดานตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) อย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเติบโตขึ้น แต่ยังเป็นหน้าที่ เอ็ม เอ ไอ ต่อไปที่จะต้องทำให้นักลงทุนทุกประเภทเห็นศักยภาพของ บจ.ในเอ็ม เอ ไอ

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการและผู้จัดการ CLSA กล่าวว่า บริษัทจะ มีการพาลูกค้ามาพบเพื่อแลกเปลี่ยน ข้อมูลกับ บจ.ไทยอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีเรื่องราวการเติบโตและหลายธุรกิจก็มีความน่าสนใจไม่น้อย รวมถึงหลายบริษัทเมื่อโตแล้ว จุดหนึ่งก็มีการย้ายไป SET ขณะเดียวกันเป็นโอกาสของบางกองทุนที่มีนโยบายและต้องการหาของเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงขึ้น

สำหรับเกณฑ์การคัดเลือก บจ.เอ็ม เอ ไอ ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากความต้องการของลูกค้าก่อนเป็นลำดับแรกว่ามีความสนใจเรื่องในส่วนของมหภาคและกลุ่มอุตสาหกรรมไหนเพื่อนำเสนอเป็นธีมให้ล้อกับภาพใหญ่ อีกทั้ง บจ.นั้นต้องมี นโยบาย วิสัยทัศน์ที่จะเติบโตชัดเจน และมีคุณภาพ รวมทั้งผู้บริหารหรือบริษัทก็มีความพร้อมในการสื่อสารและสามารถแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอข้อมูลกับกองทุนต่างชาติไม่แพ้บริษัทขนาดใหญ่ เช่น บริษัท บางกอก เดค-คอน (BKD) ที่มีการรุกงานตกแต่งจะไปรับงานออกแบบภายในทั่วภูมิภาคอาเซียน บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ (NCL) ทำธุรกิจการบริหารจัดการระบบ โลจิสติกส์ทั้งทางบกและอากาศ หรืออย่าง บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) ก็เป็นซอร์สของไทยที่ไปโตในต่างประเทศ

นอกจากนั้น ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เทรนด์โลกเริ่มเปลี่ยนแปลงที่บางกองทุนก็มีนโยบายชัดเจนว่ามีสัดส่วนที่แบ่งไว้สำหรับการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กชัดเจน เพราะที่ผ่านมาดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางที่ต่ำมาตลอด ทำให้บางกองทุนต้องการหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพราะแต่ละบริษัทจะมีการเติบโตที่สูง หรือมีการเติบโตต่อเนื่อง และทำให้ราคาหุ้นมีการปรับเพิ่มขึ้น เช่น กองทุนเทมเบิลตัน ปัจจุบันก็ลงทุนในเมืองไทยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนทุกประเภทภายใต้บริหาร (เอยูเอ็ม) กว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย