posttoday
รับมือกำลังซื้อซึม

รับมือกำลังซื้อซึม

26 กรกฎาคม 2560

สัญญาณเตือนจากหลายธุรกิจที่ออกไปทางแนวโน้มซบเซาหรือซึม ถือเป็นสิ่งที่รัฐควรจะต้องหาทางปรับเปลี่ยนมาตรการอัดฉีดทบทวน หรือต้องลงไปเพิ่มประสิทธิภาพในทางปฏิบัติให้ต้องได้ผลตามที่วางไว้ให้มากขึ้น เพราะถ้ามาตรการที่รัฐประกาศไว้ส่วนใหญ่มีการปฏิบัติได้จริง บรรยากาศการบริโภคที่เคยมีแรงส่ง หรือโมเมนตัมมาดีช่วงกลางปีนี้ ก็น่าจะพยุงแนวโน้มได้ดีกว่านี้

สัญญาณเตือนจากหลายธุรกิจที่ออกไปทางแนวโน้มซบเซาหรือซึม ถือเป็นสิ่งที่รัฐควรจะต้องหาทางปรับเปลี่ยนมาตรการอัดฉีดทบทวน หรือต้องลงไปเพิ่มประสิทธิภาพในทางปฏิบัติให้ต้องได้ผลตามที่วางไว้ให้มากขึ้น เพราะถ้ามาตรการที่รัฐประกาศไว้ส่วนใหญ่มีการปฏิบัติได้จริง บรรยากาศการบริโภคที่เคยมีแรงส่ง หรือโมเมนตัมมาดีช่วงกลางปีนี้ ก็น่าจะพยุงแนวโน้มได้ดีกว่านี้

อย่างล่าสุด ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. รายงานตัวเลข 9 เดือนของปีงบประมาณ 2560 (เดือน ต.ค. 2559-มิ.ย. 2560) ที่ระบุว่า ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวต ซึ่งเป็นตัวสะท้อนการบริโภค มีการจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้า 5.7% หรือเก็บแวตได้ 3.35 หมื่นล้านบาท แต่สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 2.5% โดยส่วนหนึ่งเพิ่มขึ้นจากแวตนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางขยายตัวดีส่งผลให้การจัดเก็บแวตเพิ่มจากการนำเข้าขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน 9.2% แต่แวตในประเทศเก็บได้ต่ำ

ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจในรอบการประเมินครั้งนี้ ทาง สศค.ยังคงจีดีพีทั้งปีนี้อยู่ที่ 3.6% แม้การส่งออกจะดีขึ้น โดยปรับเป้าส่งออกเพิ่มจาก 3.3% เป็น 4.7% เพราะมองว่าเศรษฐกิจโลกดีขึ้นและปรับคาดการณ์จีดีพีโลกขึ้นจาก 3.15% เป็น 3.56% แต่การเบิกจ่ายงบกลางปีอาจไม่เป็นไปตามที่คาดจึงยังคงจีดีพีปีนี้ไว้ที่ 3.6%

ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บตามการบริโภคที่เกิดขึ้นจริงช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณที่แทบไม่เพิ่มดังกล่าว สะท้อนได้ว่าการบริโภคในประเทศช่วงครึ่งปีปฏิทินปีนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก เมื่อรวมกับความกังวลของผู้ประกอบการในหลายธุรกิจ เช่น กลุ่มค้าปลีก ซึ่งมองว่าจากแนวโน้มเศรษฐกิจรวมที่ทรงตัวทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงระวังการใช้จ่ายและเน้นจะซื้อสินค้าที่ลดราคา ผลดังกล่าวจึงทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกปีนี้น่าจะโตได้แค่ 3% ใกล้เคียงกับการเติบโตของจีดีพีรวม โดยทางผู้ประกอบการเตรียมจัดรายการส่งเสริมการขายกระตุ้นให้การบริโภคเพิ่มขึ้น

สำหรับสินค้าชิ้นใหญ่ที่ส่วนมากจะผ่อนซื้อ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ภาพรวมยอดขายครึ่งปีหลายรายจะทรงตัวหรือบางรายติดลบ ขณะที่ตัวเลขจำนวนโครงการที่เปิดใหม่เพิ่มในอัตราที่ชะลอตัวลง เพราะสถาบันการเงินยอดปฏิเสธการปล่อยกู้ยังสูง เนื่องจากหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในสัดส่วนที่สูงกว่า 80% ของจีดีพี บางบริษัทยอดปฏิเสธปล่อยกู้ซื้อบ้านสูงถึงกว่า 70% ก็มี

ภาพรวมที่ออกไปทางซึมๆ ซบเซาดังกล่าว เมื่อรวมกับช่วงเข้าไตรมาส 3 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงขายไม่ดีหรือโลว์ซีซั่นของสินค้า หรือบริการเกือบทุกประเภท ยกเว้นยาแก้หวัด จึงทำให้แรงส่งจากเศรษฐกิจที่ กลางปียังมีแนวโน้มดีจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ที่ดีจากกลุ่ม นักท่องเที่ยวคนจีนฟื้นกลับมาหลังการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ การใช้จ่ายของรัฐในการลงทุนสาธารณูปโภคต่างๆ ที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรม มากขึ้น และได้การส่งออกที่ดีเกินคาดในช่วงกลางปี ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

แรงส่งของเศรษฐกิจจากครึ่งปีแรกดังกล่าว อาจจะไม่มีแรงลากไปจนถึงเริ่มเข้าไตรมาสท้ายที่ปกติจะคึกคักขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐอาจจะต้องมีมาตรการใหม่ มาตรการเสริมเข้ามา จากที่หลายการอัดฉีดไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควรหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ควรช้าเพราะหากทิ้งไว้อาจซึมลึกต้องใช้ยาแรง และต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าจะกลับมาคึกคักได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ