
ผูกขาดกับนวัตกรรม (2)
พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.ฉบับที่แล้วได้กล่าวถึงหลักการและการทำงานของ Packet Switch และ Circuit Switch ไปแล้ว ซึ่งโดยสรุป Packet Switch ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่จะสามารถสร้างความมั่นคงให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม และยังเป็นรากฐานที่สำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของบริการเสริมต่างๆ ที่วิ่งบนโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมระบบ Packet Switch ได้อีกด้วย
พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.
ฉบับที่แล้วได้กล่าวถึงหลักการและการทำงานของ Packet Switch และ Circuit Switch ไปแล้ว ซึ่งโดยสรุป Packet Switch ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่จะสามารถสร้างความมั่นคงให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม และยังเป็นรากฐานที่สำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของบริการเสริมต่างๆ ที่วิ่งบนโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมระบบ Packet Switch ได้อีกด้วย
ถึงแม้ว่า Packet Switch ที่ถูกคิดค้นได้ราวปี 1970 และมีข้อดีที่มากกว่าระบบ Circuit Switch ทุกๆ อย่างกลับถูกทิ้งและไม่ได้รับการพัฒนาต่อ ที่จริง พอล บารัน แม้ว่าจะเป็นนักวิจัยที่ไม่ได้สังกัดบริษัท AT&T ได้พยายามที่จะ ผลักดันให้ AT&T ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายเดียวในสหรัฐขณะนั้นนำระบบ Packet Switch ที่เขาเป็นผู้คิดค้นขึ้นไปใช้งาน เพื่อให้ระบบโทรคมนาคมของประเทศมีประสิทธิภาพและมีความมั่นคงมากขึ้น แต่ AT&T กลับเพิกเฉยกับข้อเสนอดังกล่าว
บริษัท AT&T ในขณะนั้นมีนโยบายทางธุรกิจที่ประกาศเป็นการทั่วไป "หนึ่งบริษัท หนึ่งระบบ บริการอย่างทั่วถึง" (One Company, One System, Universal Service) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายของ AT&T ที่ต้องการจะเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมแต่เพียงผู้เดียวในสหรัฐ และไม่ต้องการให้มีผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาแทรกระหว่างบริษัท AT&T กับผู้ใช้บริการของตนเอง
นโยบายทางธุรกิจของ AT&T นี้เองที่เป็นเหตุผลประการสำคัญที่ AT&T ไม่ตอบรับระบบ Packet Switch คือความเกรงกลัวว่าหากนำระบบ Packet Switch มาใช้ จะเท่ากับเป็นการกระจายอำนาจการบริหารจัดการโครงข่ายโทรคมนาคมที่ AT&T หวงแหนออกไป และยังมองว่าระบบ Packet Switch เป็นเสมือนทำให้ระบบโครงข่ายของตนเองกลายเป็นโครงข่ายแบบเปิด ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้อื่นสามารถเข้ามาใช้โครงข่ายของตนเอง และจะพัฒนาจนกลายมาเป็นคู่แข่งของตนเองในอนาคต
นอกจากนั้นแล้วเหล่าวิศวกรของ AT&T ผู้ซึ่งทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อเสนอของ บารัน และให้ความเห็นเพื่อประกอบการตัดสินใจแก่ผู้บริหาร มีความคิดที่ว่าไม่มีใครที่อยู่นอก AT&T สามารถที่จะเข้าใจระบบสื่อสารโทรคมนาคมอย่างแท้จริง ด้วยความเชื่อดังกล่าววิศวกรของ AT&T มองว่าสิ่งที่บารันเสนอเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และยังยึดมั่นว่าระบบ Circuit Switch ที่ตนเองรับผิดชอบอยู่เป็นระบบที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนอะไร
ประวัติของระบบ Packet Switch ได้สะท้อนอีกมุมหนึ่งของการผูกขาดในการให้บริการ ที่ผ่านมาเราเพียงแต่ทราบว่าการผูกขาดจะทำให้ตลาดไม่มีประสิทธิภาพทั้งในเชิงราคาและคุณภาพ แต่จากเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่าการผูกขาดยังเป็นการทำลายนวัตกรรมอีกด้วย และยังสะท้อนว่าบางครั้งนวัตกรรมใหม่อาจจะมาจากคนที่ไม่อยู่ในหน้างานที่รับผิดชอบ เพราะการใกล้อะไรมากเกินไปก็ทำให้เรามองแต่ข้อดีและมองข้ามข้อบกพร่อง ซึ่งการมองเห็นข้อบกพร่องนี้เองที่เป็นรากฐานความคิดเชิงนวัตกรรม
ลองคิดดูว่าหากในสมัยนั้น AT&T มีคู่แข่ง บารันอาจจะนำระบบ Packet Switch ไปเสนอ และคู่แข่งของ AT&T อาจจะนำระบบดังกล่าวไปใช้เพื่อมาแข่งขันกับ AT&T ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 50 ปี ระบบสื่อสารโทรคมนาคมของโลกจะมีการพัฒนาไปมากเพียงใด n







