posttoday
‘อีทีเอฟ’ ทางเลือกบริหารเงินลงทุนต่างประเทศ

‘อีทีเอฟ’ ทางเลือกบริหารเงินลงทุนต่างประเทศ

19 กรกฎาคม 2560

วารุณี อินวันนาการลงทุนที่ไร้พรมแดนทำให้เงินทั่วโลกไหลไปยังแหล่งที่ให้ผลประโยชน์สูงสุด ความเสี่ยง ต้นทุนต่ำสุด ภาษีน้อยสุด การนำเงินเข้า-ออกจากตลาดทำได้ง่าย และซื้อ-ขายได้ตลอดเวลา

วารุณี อินวันนา

การลงทุนที่ไร้พรมแดนทำให้เงินทั่วโลกไหลไปยังแหล่งที่ให้ผลประโยชน์สูงสุด ความเสี่ยง ต้นทุนต่ำสุด ภาษีน้อยสุด การนำเงินเข้า-ออกจากตลาดทำได้ง่าย และซื้อ-ขายได้ตลอดเวลา

ปัจจุบันกองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (อีทีเอฟ) หรือ Exchange Traded Fund (ETF) เป็นหนึ่งในสินทรัพย์สำหรับการลงทุนที่กำลังเริ่มเป็นที่นิยมในกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ ที่ต้องการช่องทางหรือเครื่องมือสำหรับการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการหาผลตอบแทนนอกเหนือจากตลาดทุนและตลาดเงินไทย

พงษ์ธร ถาวรธนากุล CFA ผู้จัดการกองทุนและหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายสำหรับกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ที่นำอีทีเอฟมาใช้เพื่อการบริหารเงินลงทุนลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ชื่อ เมอร์ชั่น พาวเวอร์ อีทีเอฟ (Merchant Power ETF, MPE) เป็นการผสมผสานระหว่างการลงทุนแบบ Active ผ่านการจัดสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) ด้วยฝีมือของผู้จัดการกองทุน และ Passive ด้วยเครื่องมือที่ดีที่สุดตอนนี้อย่างอีทีเอฟ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการให้เงินทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแต่ไม่มีเวลาดูแลเงินลงทุนของตัวเอง โดยกำหนดขั้นต่ำสำหรับเริ่มลงทุนอยู่ที่ 10 ล้านบาท

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนจะใช้วิธีคอร์ แอนด์ เซทเทิล (Core & Satellite) โดยแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วน คือ 70% (Core) ของเงินลงทุนจะลงทุน ในหลักทรัพย์กลุ่มพื้นฐาน ที่มีความผันผวนและความเสี่ยงไม่สูงมาก เน้นการลงทุนในดัชนีหุ้นหลักของกลุ่มประเทศ ที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดี รวมถึง กลุ่มตราสารหนี้และสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเน้นให้สัดส่วนนี้ต้องสะท้อนมุมมอง การลงทุนที่สร้างความเติบโตมั่นคง ระยะยาว

ขณะที่อีก 30% (Satellite) จะลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เน้นการลงทุนในช่วงสั้นๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในช่วงขณะนั้น เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากสภาวะการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

พงษ์ธร กล่าวว่า การที่ทางบริษัทเลือกใช้อีทีเอฟ เพราะมีข้อได้เปรียบ 6 ด้าน เมื่อเทียบกับการลงทุนในต่างประเทศด้วยเครื่องมือทั่วๆ ไปของนักลงทุนเอง ประกอบด้วย

หนึ่ง การลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอีทีเอฟ ทำให้กองทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การเลือกลงทุนในอีทีเอฟ ตราสารหนี้ของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market Bond) จะมีการ กระจายลงทุนในพันธบัตร/ตราสารหนี้กว่า 200 ตัวที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วอย่างดี ตรวจสอบสถานะหลักทรัพย์ภายใต้อีทีเอฟนั้นได้ทุกวัน จึงสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงพอ ในขณะที่ลดความเสี่ยงการกระจุกตัวไปพร้อมกัน

สอง อีทีเอฟมีความคล่องตัว ในการปรับพอร์ตสูงกว่ามาก ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่งในยุคที่การไหลเวียนของเม็ดเงินลงทุนเป็นไปอย่างผันผวนและรวดเร็ว หากเปรียบเทียบกับการลงทุนในกองทุนรวมด้วยตัวของนักลงทุนเอง

สาม การลงทุนด้วยอีทีเอฟ นอกจากจะเป็นการกระจายความเสี่ยงอย่างดีในตัวมันเองแล้ว ยังเป็นเครื่องมือที่เปิดโอกาสให้ผู้จัดการกองทุนสามารถสะท้อนมุมมองของตนต่อสินทรัพย์ประเภทต่างๆ (Investment Universe) ได้กว้างมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการอิงดัชนี การอิงหุ้นในกลุ่มขนาดใหญ่ หรือเลือกลงทุนในกลุ่มประเภทธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งของบางประเทศ หรือแม้กระทั่งการเลือกถือสินทรัพย์เดียวกัน แต่อยู่ในสกุลเงินที่กำลังได้เปรียบ เป็นต้น เมื่อสินทรัพย์มีให้เลือกมากขึ้น โอกาสย่อมมากขึ้นด้วยเช่นกัน

สี่ เปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนจากกลุ่มสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงการพักตัวหรือตลาดขาลงได้ ปกติหากตลาดไหนปรับตัวขึ้นสูงเกินมูลค่าพื้นฐานไป ผู้จัดการกองทุนทำได้แค่ขายทำกำไร เพื่อถือเงินสดและรอการปรับลงเพื่อเข้าซื้ออีกรอบหนึ่ง แต่การเลือกใช้ Inverse ETF จะเปิดโอกาสให้สามารถเพิ่มผลตอบแทนจากมุมมองส่วนนี้ได้ ในขณะเดียวกันไม่เป็นการเปลี่ยนระดับความเสี่ยงของพอร์ตให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก In verse ETF ไม่ใช้กระบวนการ Leverage วาง Margin ค้ำประกัน หรือลงทุนเกินวงเงินแต่อย่างใด

ห้า สามารถทำราคา (ต้นทุนหุ้น) ได้ดีขึ้น เพราะคุณสมบัติหลักที่สามารถซื้อขายได้ระหว่างวัน หากเปรียบเทียบกับกองทุนรวมที่นักลงทุนจะได้ราคาเดียวตอนสิ้นวันเท่านั้น อาจจะทำให้พลาดโอกาสที่เกิดขึ้นระหว่างวันได้

หก ค่าใช้จ่ายการลงทุนในอีทีเอฟ เพราะค่าใช้จ่ายหลักๆ คือค่าคอมมิชชั่นในการซื้อขายเท่าหุ้นรายตัว ที่ถือว่าต่ำกว่ามาก หากเปรียบเทียบกับโครงสร้างค่าธรรมเนียมของกองทุนรวมต่างประเทศ ช่วยให้ผู้จัดการกองทุนสามารถควบคุมต้นทุนและจับจังหวะรอบการลงทุนได้คล่องตัวมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ