posttoday
นักท่องเที่ยวกลับมาจริงหรือ

นักท่องเที่ยวกลับมาจริงหรือ

20 กรกฎาคม 2560

& ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัดปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของไทยตัวหนึ่งนอกเหนือจากการส่งออกและการลงทุนแล้ว นั่นคือธุรกิจการท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องจักรหลักตัวหนึ่งสำคัญมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าเติบโตได้ที่ระดับ 3.3-3.8% มีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการส่งออกที่มีการปรับตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและราคาสินค้าในตลาดโลก รวมถึงการลงทุนภาครัฐที่ดำเนินเร็วขึ้น

& ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด

ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของไทยตัวหนึ่งนอกเหนือจากการส่งออกและการลงทุนแล้ว นั่นคือธุรกิจการท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องจักรหลักตัวหนึ่งสำคัญมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าเติบโตได้ที่ระดับ 3.3-3.8% มีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการส่งออกที่มีการปรับตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและราคาสินค้าในตลาดโลก รวมถึงการลงทุนภาครัฐที่ดำเนินเร็วขึ้น

ผมอยากขอหยิบประเด็นเรื่องธุรกิจท่องเที่ยวของไทยมาพูดถึงเล็กน้อย เพราะมีประเด็นที่น่าสนใจเมื่อมองถึงแนวโน้มการเติบโตที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศหลายแสนล้านบาท และมีผลต่อธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ทั้งโรงแรม สนามบิน และสายการบิน ที่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว

ตัวเลขล่าสุด (17 มิ.ย. 2560) ที่เปิดเผยโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในไทยรวมกันกว่า 17.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกประมาณ 11.4 ล้านคน ยุโรป 3.3 ล้านคน อเมริกา 8 แสนคน ตะวันออกกลาง ประมาณ 3.4 แสนคน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นทั้งหมดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดเป็น 2.2% 7% 13.5% 13.3% ตามลำดับ

ในจำนวนนี้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าท่องเที่ยวจำนวน 4.7 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนสูงสุดถึง 27% แต่ยังปรับตัวลดลง 3.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซียและอินเดียยังเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมากที่ 30.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 16.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ ทั้งนี้นักท่องที่ยวชาวจีนนั้นเป็นกลุ่มที่เข้ามาท่องเที่ยวพร้อมกับการใช้จ่ายต่อหัวที่สูง

ผมมองว่าเป็นสัญญาณที่ดีของธุรกิจการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปีนี้ นอกเหนือจากรายได้ของประเทศมูลค่าหลายแสนบาทแล้ว บริษัทจดทะเบียนที่ได้ประโยชน์จากการ ท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นตามไปด้วย อาทิ ธุรกิจท่าอากาศยาน สายการบิน กลุ่มโรงแรม และโรงพยาบาล

ดังนั้น หุ้นในกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มที่ดี ผมมองว่านักลงทุนอาจพิจารณาเลือกเข้าลงทุนได้ หุ้นที่ผมคาดว่าจะได้ปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวที่เติบโต แบ่งเป็น ธุรกิจท่าอากาศยานอย่าง AOT ที่มีแนวโน้มเติบโตระยะยาว ธุรกิจโรงแรม อาทิ ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) ที่ได้ผลบวกจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นลูกค้าหลัก คิดเป็นสัดส่วน 14% จากจำนวนลูกค้าทั้งหมด กลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ที่น่าจะได้ประโยชน์จากการมีชาว ต่างชาติมาใช้บริการเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยยังเป็นที่ดึงดูดของชาวต่างชาติทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติ การท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม รวมไปถึงการท่องเที่ยวในเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวในแบบกึ่งทำงาน ที่กำลังเป็นที่นิยมขององค์กรต่างๆ ตลอดทั้งปี ผมเชื่อด้วยบรรยากาศของประเทศในปัจจุบัน ถือว่าเอื้ออำนวยต่อการเข้ามาท่องเที่ยวของชาวต่างประเทศ และหากภาครัฐมีนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ขยายออกไปมากขึ้นเพื่อรองรับ ผมเชื่อว่าแนวโน้มของอุตสาหกรรมการท่องที่ยวจะยิ่งเติบโตยิ่งขึ้น

KTBST Wealth Management พร้อมยินดีให้คำปรึกษาการลงทุนด้วยนวัตกรรมการลงทุนยุคใหม่ควบคู่กับการลงทุนที่หลากหลาย ท่านที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ 02-648-1747, 02-648-1458

ท่านสามารถติดตามการลงทุน ที่น่าสนใจจาก KTBST Wealth Man agement ได้ที่ www.facebook.com/ktbst.channel

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ