
ทุนไทยแห่ไปนอก
รัฐไม่ห่วงเอกชนแห่ลงทุนนอก เมินลงทุนในประเทศ มั่นใจประเทศชาติได้ประโยชน์ ด้านเอกชนเตรียมหอบเงินซื้อกิจการเพิ่ม
รัฐไม่ห่วงเอกชนแห่ลงทุนนอก เมินลงทุนในประเทศ มั่นใจประเทศชาติได้ประโยชน์ ด้านเอกชนเตรียมหอบเงินซื้อกิจการเพิ่ม
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า การไหลบ่าของทุนไทยออกไป ลงทุนในต่างประเทศในขณะที่การลงทุน ในประเทศแทบไม่มีการขยายตัว ไม่น่าเป็นห่วงเพราะเอกชนที่ออกไปลงทุนในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีนั้นไปลงทุนในอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถทำในประเทศได้ อีกแล้ว เช่น ผลิตรองเท้ากีฬา สิ่งทอที่ใช้ แรงงานมาก เป็นต้น หากมีการส่งเงินกำไรกลับประเทศชาติก็จะได้ประโยชน์
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่ เอกชนไทยไปลงทุนต่างประเทศเหมือนที่ ญี่ปุ่นมาลงทุนในไทยจำนวนมาก จะได้ ประโยชน์ในเรื่องซัพพลายเชน ถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมต่างๆ บางครั้งก็เป็นทางลัดย่อระยะเวลาในการลงทุนในบริษัทต่างประเทศที่จะได้ทั้งแบรนด์ ลิขสิทธิ์ ซึ่งส่วนเหล่านี้แม้จะไม่นับในผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่นับในผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีเอ็นพี)
"ที่การลงทุนในประเทศน้อยไม่ได้ผิดปกติ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งโลกจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เช่น เดิมคนซื้อระบบลงทุนไอที ของตัวเอง แต่ทุกวันนี้ทุกคนใช้ระบบคลาวด์ จ่ายค่าธรรมเนียมรายปี เป็นการลงทุนที่เรียกว่าสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ อย่าง ซอฟต์แวร์ ทรัพย์สินทางปัญญาที่เพิ่มขึ้นมาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะสังคม ที่เป็นเศรษฐกิจบริการมากขึ้น ทำให้ไม่ค่อย มีการลงทุนแบบสินทรัพย์คงที่ที่ไม่จำเป็น ต้องสร้างโรงงานเหมือนเดิม" นายวิรไท กล่าว
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เอกชนไทยต้องออกไปหาโอกาสธุรกิจจากภายนอกทดแทนตลาดในประเทศที่อิ่มตัว เติบโตน้อยจากการแข่งขันสูง รวมทั้งต้นทุนในประเทศแพง โดยเศรษฐกิจไทยเติบโต 3% ขณะที่ประเทศอื่นเติบโตมากกว่า แต่ถ้าไปลงทุนแล้วไม่ส่งเงินกลับ ประเทศก็จะได้ประโยชน์น้อย
นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า แนวโน้มปีหน้า กลุ่มผู้ประกอบการในไทยจะหันไปลงทุน ในตลาดต่างประเทศมากขึ้นอีก เพราะโลกการค้าเปลี่ยนแปลงไปไร้พรมแดน ขณะที่รูปแบบการลงทุนในตลาดต่างประเทศ ส่วนใหญ่เน้นใน 2 รูปแบบ คือ การเข้าไปเทกโอเวอร์หรือซื้อกิจการ และการเข้าไปร่วมทุนจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้น
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า ปีหน้าบริษัทยังคงมองหาโอกาสการลงทุน ในต่างประเทศ โดยขึ้นอยู่กับการหาพาร์ตเนอร์ร่วมทุนที่เหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการลงทุนราว 4,000 ล้านบาทได้แก่ โครงการอาคารสำนักงานให้เช่าในกรุง มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งอัตรา ผลตอบแทนสูงถึง 9% สูงกว่าประเทศ ไทยที่ได้ 6% และโครงการร่วมลงทุน โครงการที่ดินจัดสรรในเมืองเมลเบิร์นประเทศออสเตรเลีย ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ประมาณ 20% ซึ่งตอนนี้เริ่มมีทุนจีนเข้าไปลงทุนมากขึ้น คงต้องรอดูสถานการณ์ว่าในปีหน้าจะลดการลงทุนหรือไม่ ส่วนประเทศในกลุ่มอาเซียนนั้นก็สนใจ แต่หาพันธมิตรและลูกค้ายาก มีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ข้อกฎหมาย เป็นต้น
นายดิลลิป ราชากาเรีย ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า ในปีหน้าหรือปีถัดๆ ไป ไมเนอร์ก็ยังสนใจลงทุนโรงแรมในต่างประเทศต่อเนื่อง โดยปี 2564 ตั้งเป้าหมายมีโรงแรมใน 32 ประเทศ ในจุดหมายใหม่ๆ ในตะวันออกกลางและยุโรป เช่น สเปน ลอนดอน ตุรกี โครเอเชีย เป็นต้น







