posttoday
ราม นาถ โกวินท์ จากจัณฑาลสู่ประธานาธิบดี

ราม นาถ โกวินท์ จากจัณฑาลสู่ประธานาธิบดี

21 กรกฎาคม 2560

นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์ อินเดียสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้งเมื่อ "ราม นาถ โกวินท์" วัย 71 ปี ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอินเดียจากวรรณะจัณฑาล หรือดาลิต ชนะการเลือกตั้งขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 14 ของอินเดีย และเป็นประธานาธิบดีจากวรรณะจัณฑาลคนที่ 2 ของประเทศ

นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

อินเดียสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้งเมื่อ "ราม นาถ โกวินท์" วัย 71 ปี ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอินเดียจากวรรณะจัณฑาล หรือดาลิต ชนะการเลือกตั้งขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 14 ของอินเดีย และเป็นประธานาธิบดีจากวรรณะจัณฑาลคนที่ 2 ของประเทศ

โกวินท์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลที่นำโดยพรรค ภารติยะ ชนตะ (บีเจพี) คว้าคะแนนโหวตจากคณะผู้เลือกตั้งของอินเดีย คิดเป็น 65.6% เอาชนะ มีรา กุมาร คู่แข่งชิงตำแหน่งจากพรรคฝ่ายค้านที่ได้คะแนนไปเพียง 34.35%

ชัยชนะของโกวินท์ไม่เพียงเสริมความแข็งแกร่งให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี เท่านั้น แต่ยังถือเป็นสัญลักษณ์ในการไปสู่ยุคใหม่ของชุมชนดาลิต ซึ่งเป็นชนชั้นล่างสุดและด้อยโอกาสที่สุดของอินเดีย แม้ในปัจจุบัน กลุ่มดาลิตเริ่มได้รับสิทธิต่างๆ และเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น จนไม่ถึงขั้น "แตะต้องไม่ได้" ดังเช่นในอดีต แต่คนกลุ่มนี้ยังต้องเผชิญขีดจำกัดหลายอย่างเมื่อเทียบกับคนวรรณะอื่นๆ เช่น ยังไม่สามารถเดินเข้าวัด ทำหน้าที่นักบวช และต้องเจอกับการเลือกปฏิบัติบางประการ

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของโกวินท์จึงมีความหมายอย่างมากสำหรับชุมชนดาลิต โดยกว่าที่โกวินท์จะประสบความสำเร็จทางการเมืองได้ ดังเช่นทุกวันนี้ ก็ต้องผ่านความยากลำบากหลายอย่างในวัยเยาว์ โดยโกวินท์ผู้เป็นลูกชายชาวนาในเมืองกันปูร์ รัฐอุตตรประเทศทางเหนือของอินเดีย ซึ่งเต็มไปด้วยประชากรยากจนต้องเดินเท้าไปโรงเรียนทุกวันเป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร และต้องพยายามสอบเข้าทำงานในหน่วยงานราชการอินเดียถึง 3 ครั้งกว่าจะผ่านการสอบ

ก่อนเริ่มต้นเส้นทางการเมือง โกวินท์ทำงานเป็นทนายความมาเป็นเวลาหลายปีนับตั้งแต่ปี 1971 และระหว่างนั้นได้ให้คำปรึกษาฟรีกับบุคคลที่ไม่ค่อยมีสิทธิในสังคม โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก ซึ่งชื่อเสียงที่สั่งสมมาจากการเป็นทนายความส่งผลให้โกวินท์ได้รับเลือกเป็นสมาชิกของราชยสภา หรือวุฒิสภา ประจำรัฐอุตตรประเทศติดต่อกันถึง 2 สมัย

ตำแหน่งดังกล่าวเปิดทางให้โกวินท์ได้ทำหน้าที่คณะกรรมาธิการรัฐสภาฝ่ายดูแลกลุ่มชนชั้นที่ถูก กําหนด (Scheduled Caste) หมายถึงกลุ่มคนวรรณะต่ำและด้อยโอกาส ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มคนย่อยๆ ได้กว่า 1,000 กลุ่ม รวมถึงได้รับตำแหน่งคณะกรรมการฝ่ายกิจการภายใน ฝ่ายยุติธรรม ฝ่ายพลังงานและอีกหลายตำแหน่ง โดยในเวลาต่อมาเมื่อปี 2010 โกวินท์ได้ทำหน้าที่โฆษกพรรคบีเจพี และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐพิหารในปี 2015

นอกเหนือจากการทำงานทางการเมือง โกวินท์ได้ชื่อว่าเป็นแกนนำในการแก้ปัญหาการศึกษา โดยผลักดันให้สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาในเขตชนบทหลายแห่ง สร้างอาคารเรียนใหม่ในรัฐอุตตรประเทศและรัฐอุตตราขัณฑ์ รวมถึงเป็นบอร์ดผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอ็มเบดการ์และบอร์ดของสถาบันการจัดการและเทคโนโลยี

แม้หลายฝ่ายมองว่า การเสนอชื่อโกวินท์ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจะเป็นกลยุทธ์การรักษาอำนาจทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีโมดี เพื่อเอาใจชุมชนดาลิตราว 200 ล้านคนทั่วอินเดีย ซึ่งจะกลายเป็นฐานเสียงสำคัญให้โมดีในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2019 แต่การได้เป็นประธานาธิบดีจากวรรณะจัณฑาลคนที่ 2 ของประเทศ ทำให้ผู้คนคาดหวังว่า โกวินท์ จะดำเนินรอยตาม เค.อาร์. นารายานัน ประธานาธิบดีจัณฑาลคนแรกช่วงปี 1997-2002 ผู้เคยเป็นทั้งนักการทูต รัฐมนตรีอาวุโส และรองประธานาธิบดี ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอินเดียคนที่ 10 ในการช่วยเพิ่มสิทธิและเสียงให้กลุ่มคนจากวรรณะล่างในประเทศ n

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ