posttoday
‘วิเศษ จูงวัฒนา’ ทำทุกงานต้องมีเป้าหมาย

‘วิเศษ จูงวัฒนา’ ทำทุกงานต้องมีเป้าหมาย

20 กรกฎาคม 2560

ประลองยุทธ ผงงอยบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ที่ผ่านมาภายใต้ "วิเศษ จูงวัฒนา" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ

ประลองยุทธ ผงงอย

บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ที่ผ่านมาภายใต้ "วิเศษ จูงวัฒนา" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ

วิเศษจบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2532 หลังมีโอกาสไปฝึกงานในต่างประเทศเกี่ยวกับธุรกิจพลังงาน จากนั้นจึงไปศึกษาปริญญาโทต่อด้านเครื่องกลในที่สหรัฐ จบกลับมาทำงานที่เมืองไทยในปี 2535 เข้าทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นวิศวกรดูแลเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับงานด้านการออกแบบและการผลิต ทำไปสักระยะเปลี่ยนมาไปงานทำด้านซอฟต์แวร์รวมกันเป็นระยะเวลาประมาณ 3 ปี

ในปี 2538 เริ่มเปลี่ยนสายงานเข้าจับงานด้านธุรกิจไฟฟ้ามาร่วมงานกับ บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) ในช่วงนั้นประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงด้านการผลิตไฟฟ้า จากเดิมที่มีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพียงรายเดียวมาเป็นให้เอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตมีรายแรก คือ EGCO ประกอบกับกระบวนการผลิตไฟฟ้าคือต้องใช้วิศวกรเครื่องกลในการทำงาน เพราะมีหน้าที่ในการเปลี่ยนรูปแบบพลังงานจึงสนใจมาสมัครและได้งานที่ EGCO

ความรับผิดชอบหน้าที่วิศวกรอาวุโสในทีมพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ของบริษัท หลังจาก EGCO ได้รับสิทธิให้ซื้อกิจการโรงไฟฟ้าระยองที่สร้างเสร็จและผลิตไฟฟ้าแล้ว มีโครงการที่มีส่วนไปร่วมพัฒนาโรงไฟฟ้าหลายโครงการรวมถึงการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าในหลายโครงการ ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้ประสบการณ์ในกระบวนการทั้งหมดในการพัฒนาลงทุนให้โรงไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ให้เกิดขึ้นทั้งในด้านความเสี่ยงความคุ้มค่าของเงินทุนในโครงการรวมถึงการทำงานร่วมกับพันธมิตรหรือหุ้นส่วนที่เข้ามาร่วมทุนในโครงการ

ถือเป็นงานที่สนุกที่มีโอกาสได้ใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมที่เรียนมาทำงานเกี่ยวกับด้านการลงทุนในธุรกิจและด้านการเงินรวมถึงการหาแหล่งเงินกู้ด้วย รวมถึงได้ทำงานเกี่ยวการเข้าประมูลโครงการในต่างประเทศ ด้วยความสนุกจึงได้ทำงานที่ EGCO นานถึงประมาณ 10 ปี จนได้ขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ก่อนจะลาออกจาก EGCO ในปี 2548

"การทำงานด้านการพัฒนาธุรกิจที่ EGCO ทำให้เห็นภาพของการทำธุรกิจทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นโครงการว่าต้องพิจารณาเรื่องอะไรบ้างว่าโครงการจะเกิด รวมถึงเห็นภาพในอนาคตที่นำโมเดลทางการเงินมาใช้ว่าโครงการโรงไฟฟ้าหลังสร้างเสร็จเชิงผลตอบแทนจะมีรายได้ปีละเท่าไร การชำระคืนหนี้และค่าใช้จ่ายตลอดอายุโครงการจนจบสัญญาขายไฟฟ้า"

ปี 2548 มาทำงานกับ บริษัท เจเนอรัลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ จีอี เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน เป็นบริษัทที่จำหน่ายเครื่องอุปกรณ์ โรงไฟฟ้าที่ครองตลาดขนาดใหญ่ของโลกในตอนนั้น สาเหตุที่ตัดสินใจออกจาก EGCO แม้ว่าในช่วงนั้นทั้งบริษัทและหน้าที่การงานกำลังเติบโตดีเพราะต้องการขยายวิสัยทัศน์การทำงานของตัวเองให้กว้างยิ่งขึ้นในงานด้านการผลิตและขายเครื่องจักรอุปกรณ์ของโรงไฟฟ้า หลังทำงานมา 10 ปีเห็นการทำงานด้านการพัฒนามาครบแล้วทุกรูปแบบทั้งการลงทุนพัฒนาเอง การซื้อกิจการ และการแก้ปัญหา หน้าที่ในจีอีคือดูแลตลาดในไทยและเวียดนาม แต่ลูกค้าจะมีทั้งไทยและต่างชาติที่เข้ามาลงทุนโรงไฟฟ้าทั้งในไทยและเวียดนามทำงานที่จีอีได้ประมาณ 2 ปี

จากนั้นย้ายการทำงานอีกประมาณ 2-3 บริษัทเกี่ยวบริษัทไฟฟ้าหนึ่งในนั้นคือ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ประมาณ 1 ปี ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ก่อนที่จะ ย้ายมาทำงานกับ บริษัท พีทีที อินเตอร์เนชั่นแนล ในกลุ่ม ปตท.ในปี 2552 เพราะต้องการเปลี่ยนการทำงานหลังทำงานด้านธุรกิจไฟฟ้ามาโดยตลอดจึงอยากมาลองมาทำงานด้านต้นทาง ของแหล่งพลังงานธุรกิจไฟฟ้า ดูแล ด้านการลงทุนต่างประเทศคือ ลาว อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ของกลุ่ม ปตท.ในช่วงปลายปี 2557 ได้รับมอบหมายโอนย้ายให้มาช่วยงานที่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) ที่กำลังเตรียมตัวเข้า SET ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจโครงการต่างประเทศ

นับเวลาการทำงานในแวดวงธุรกิจพลังงานที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี จึงต้องการเปลี่ยนการทำงานเป็นจังหวะที่มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับ นพ.สมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) อยู่ในธุรกิจโลจิสติกต์ ว่ากำลังหาซีอีโอของธุรกิจไฟฟ้าหลังจากซื้อกิจการเหมราช รวมถึงเห็นความท้าทายว่า WHA จะแยกธุรกิจสาธารณูปโภคและไฟฟ้าเข้า SET จึงตัดสินใจมาทำงานที่ WHAUP ในปี 2559 สำหรับประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาในธุรกิจพลังงานประมาณ 20 ปีที่เล่าไปข้างต้น สามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานในตำแหน่งซีอีโอของ WHAUP ได้เป็นอย่างดี

ซีอีโอที่เป็นเบอร์ 1 ของ WHAUP มีหน้าที่ดูแลบริหารงานภาพรวมขององค์กรทั้งหมดมีความแตกต่างจากการทำงานกับในอดีตที่จะรับผิดชอบเฉพาะส่วนงาน ทำให้การทำงานที่ WHAUP ต้องดูแลทีมงานที่ใหญ่ขึ้นรวมถึงมีหน้าความผิดชอบที่ใหญ่ขึ้นภายใต้การกำกับกฎระเบียบ

ปรัชญาหรือหลักการที่ยึดใช้ในการทำงานคือ การทำงานทุกอย่างต้องมี เป้าหมายที่ชัดเจนใช้ในการทำงาน ทุกครั้ง เริ่มตั้งแต่การประชุมภายในทุกครั้งว่าต้องการผลลัพธ์อะไร รวมถึงการหาวิธีให้รักในสิ่งที่ตัวเองทำเพื่อให้เกิดความสุขกับสิ่งที่ทำ เพราะการทำงานทุกงานมีความเหนื่อยต้องใช้ความพยายามทั้งแรงกายและใจ เนื่องจากการฝืนทำในสิ่งที่ไม่มีความสุขสุดท้ายจะทำได้ไม่นาน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ