
ธปท.เผยแบงก์ปลอมลดลง
ธปท.เผยธนบัตรปลอมลดลงต่อเนื่อง เหลือปลอมไม่ถึง 1 ใบต่อธนบัตรออกใช้ล้านใบ คาดประชาชนระมัดระวังขึ้น กฎหมายลงโทษหนัก
ธปท.เผยธนบัตรปลอมลดลงต่อเนื่อง เหลือปลอมไม่ถึง 1 ใบต่อธนบัตรออกใช้ล้านใบ คาดประชาชนระมัดระวังขึ้น กฎหมายลงโทษหนัก
นายวรพร ตั้งสง่าศักดิ์ศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการปลอมแปลงธนบัตรมีแนวโน้มลดลงค่อนข้างมากจากหลายปัจจัย เพียงแต่สรุปปัจจัยที่ชัดเจนไม่ได้ อย่างเช่น การที่ประชาชนมีความรู้ มีการสังเกต และมีความระมัดระวังมากขึ้นจากข่าวที่ออกเตือนให้ระวังอย่างต่อเนื่อง การใช้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น
"ปัจจุบันจะพบธนบัตรปลอมในสัดส่วนที่ลดลง ในอดีตเมื่อหลายปีก่อนจะพบสัดส่วนธนบัตรปลอมประมาณ 3-4 ใบต่อธนบัตรออกใช้ 1 ล้านใบ ขณะนี้สัดส่วนลดลงเหลือเพียงไม่ถึง 1 ใบต่อธนบัตร 1 ล้านใบ จากการที่ ธปท.เราได้ติดต่อประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาอย่างต่อเนื่อง ถือว่าพบการปลอมแปลงธนบัตรไทยเราในอัตราที่ต่ำ แต่คนอาจจะรู้สึกเหมือนมีการปลอมเยอะมาก หรือเหมือนจะเจอได้บ่อยๆ ในโลกโซเชียล ทั้งที่ในชีวิตจริงๆ เราจะพบธนบัตรปล่อยน้อยมาก" นายวรพร กล่าว
นายวรพร กล่าวว่า จากกรณีที่มีการแชร์กันในโซเชียลมีเดียต่างๆ ว่ามีการปลอมแปลงธนบัตรไทยล็อตใหญ่จากจีน ก็ไม่น่าเป็นความจริง เนื่องจากได้ตรวจสอบและประสานงานกับ สตช.ก็ไม่พบว่ามีจริง น่าจะเป็นเพียงการนำข้อมูลเก่าในอดีตมาวนส่งต่อกันใหม่เท่านั้น
อย่างไรก็ดี กรณีที่พบธนบัตรปลอมประมาณ 20 กว่าฉบับ ที่ จ.เพชรบูรณ์ เป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่ได้น่ากังวล เพราะการปลอมแปลงบทลงโทษร้ายแรง มีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต หรือแม้แต่ร่วม ส่งเสริมนำธนบัตรปลอมไปใช้ต่อก็มีโทษ จำคุกถึง 15 ปี ในกรณีที่เจอธนบัตรปลอมทางที่ดีที่สุดควรแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่านำไปใช้ต่อ เพราะการนำไปใช้ต่อส่อเจตนากระทำผิด มีความผิดเช่นกัน
นายวรพร กล่าวว่า ปริมาณธนบัตรหมุนเวียนในระบบยังเพิ่มขึ้น แม้จะมีการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น แต่ปริมาณการใช้ธนบัตรยังไม่ได้ลดลง แต่ในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้าอาจมีแนวโน้มลดลงได้ โดยปกติธนบัตรหมุนเวียนแต่ละปีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5-1.6 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ปริมาณธนบัตรหมุนเวียนในระบบ ณ เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า เพิ่มขึ้น 9.09 หมื่นล้านบาท หรือ 6.32%







