posttoday
เลื่อนเก็บค่าสำรองไฟ

เลื่อนเก็บค่าสำรองไฟ

19 กรกฎาคม 2560

กกพ.ถอยยังไม่เก็บค่าแบ็กอัพเรตพลังงานทดแทนช่วง1-2 ปี เหตุยังไม่มีผลกระทบชัดเจน

กกพ.ถอยยังไม่เก็บค่าแบ็กอัพเรตพลังงานทดแทนช่วง1-2 ปี เหตุยังไม่มีผลกระทบชัดเจน

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยในงาน "Back up Rate กับ Solar Cell ข้อเท็จจริงที่ควรรู้...?" ว่าในช่วง 1-2 ปีนี้ยังไม่มีแผนการจัดเก็บค่าสำรองไฟฟ้า (แบ็กอัพเรต) ในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เนื่องจากยังไม่มีผล กระทบที่ชัดเจน

ปัจจุบันผู้ผลิตไฟฟ้าที่ใช้เอง รายใหญ่มีการจ่ายค่าแบ็กอัพอยู่แล้ว แต่มีกลุ่มผู้ผลิตใหม่ที่เป็นรายเล็กๆ แล้วยังไม่มีการจ่ายค่าแบ็กอัพอีก ตรงนี้ กกพ.จะต้องทำการศึกษาและหาแนวทางบริหารจัดการเพื่อไม่ให้กระทบกับการสำรองไฟฟ้าในอนาคต

ทั้งนี้ กกพ.ยังเดินหน้าศึกษาอัตราค่าบริการสายส่งและจำหน่าย (วีลลิ่งชาร์จ) สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองและจำหน่าย เพี่อไม่ให้การลงทุนซ้ำซ้อนกันระหว่าง ผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่มีการลงทุนสายส่งอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้ารอบใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น ซึ่งจะประกาศใช้ในปี 2561-2564 เนื่องจากมีไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเข้าระบบมากขึ้น ประกอบกับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) มีแนวโน้มเกิดขึ้นในตอนกลางคืนมากขึ้น อาจส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าช่วงกลางคืนสูงกว่าช่วงกลางวัน โดยช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าไฟพีกเกิดขึ้นในเวลากลางคืนมากกว่ากลางวัน

ด้าน นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า ขณะนี้ พพ.ได้เปิดประกาศหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการสมัครเข้าร่วมโครงส่งเสริมการผลิตไบโอมีเทนอัด (ซีบีจี) รอบที่ 2 เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และครัวเรือน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถขอรับใบสมัครที่ พพ. และยื่นข้อเสนอขอรับการสนับสนุนได้ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.-31 ก.ค. 2560

อย่างไรก็ดี ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (เออีดีพี ปี 2558-2579) มีเป้าหมายที่จะพัฒนาพลังงานทดแทนในรูปแบบก๊าซชีวภาพและแปรสภาพเป็นซีบีจี เพื่อมาทดแทนก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) การสนับสนุนการผลิตในรอบ 2 ยังมีผู้สนใจทยอยเข้ารับการสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่เข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีระบบผลิตก๊าซชีวภาพอยู่แล้ว หรือมีกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพที่เพียงพอต่อการผลิตซีบีจีอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ตัน/วัน สามารถทำสัญญาซื้อขายก๊าซชีวภาพกับ ผู้ประกอบการที่มีระบบผลิตก๊าซชีวภาพอยู่แล้วได้อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 6,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน

นอกจากนี้ การพิจารณาวงเงินสนับสนุนติดตั้งระบบปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพและบรรจุซีบีจี แยก 3 อัตรา ดังนี้ 1.โครงการผลิตซีบีจีขนาด 3,000-5,999 กก./วัน สนับสนุนวงเงินไม่เกิน 30% ของเงินลงทุนไม่เกิน 9 ล้านบาท 2.โครงการซีบีจีขนาด 6,000-1.19 หมื่น กก./วัน วงเงินไม่เกิน 25% ของเงินลงทุน ไม่เกิน 12 ล้านบาท 3.โครงการผลิตซีบีจีขนาด 1.2 หมื่น กก./วันขึ้นไป สนับสนุนจำนวนวงเงินไม่เกิน 20% ของเงินลงทุน แต่ ไม่เกิน 15 ล้านบาท/โครงการ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ