
ดันโครงสร้างพื้นฐาน หวังเอกชนลงทุน
หลังจากไทยพยายามพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถขยับอันดับขีดความสามารถการแข่งขันขึ้นมาได้ 1 อันดับ จากเดิมในปี 2559 ไทยอยู่ในอันดับที่ 28 มาปี 2560 นี้สามารถขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 27 ด้วยการมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 88.095 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของ 63 ประเทศที่ทำการจัดอันดับ ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 77.033
หลังจากไทยพยายามพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถขยับอันดับขีดความสามารถการแข่งขันขึ้นมาได้ 1 อันดับ จากเดิมในปี 2559 ไทยอยู่ในอันดับที่ 28 มาปี 2560 นี้สามารถขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 27 ด้วยการมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 88.095 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของ 63 ประเทศที่ทำการจัดอันดับ ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 77.033
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า คะแนนขีดความสามารถที่ประเทศไทยได้รับในปีนี้แสดงให้เห็นว่าสภาพเศรษฐกิจของไทยมีความมั่นคง แม้ว่าตอนนี้ประเทศไทยจะมีปัญหาหนี้ครัวเรือน แต่หากดูในอัตราส่วนก็ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำคือ อยู่ที่ 42% ขณะเดียวกัน หากมองในด้านของการส่งออกก็เกินดุลมาหลายเดือนแล้ว
อย่างไรก็ดี เพื่อให้ประเทศไทยถูกจัดอันดับขีดความสามารถขึ้นไปอยู่ในอันดับต้นๆ ก็ควรหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านอินฟราสตรักเจอร์ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีการลงทุนโครงการใหญ่ๆ มานานนับ 10 ปี ซึ่งอินฟราสตรักเจอร์ที่ให้ความสำคัญในช่วงนี้คือ ด้านคมนาคม
นอกจากนี้ ยังจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพและมีความพร้อมที่จะพัฒนาในด้านของการลงทุน หลังจากก่อนหน้านี้ได้เข้าไปลงทุนโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ Eastern Seaboard มาแล้ว
อีกหนึ่งอินฟราสตรักเจอร์ที่ ภาครัฐให้ความสำคัญคือ การลงทุนด้านการเงินในรูปแบบของอี-มันนี่ ด้วยการพัฒนาระบบการรับชำระเงินให้กับผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ให้สามารถรับชำระเงินโดยบัตรอีเล็กทรอนิกส์
อภิศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า แม้ว่าภาครัฐจะออกมาขยายการลงทุนมากขึ้นในช่วงนี้ แต่ในส่วนของภาคเอกชนเองก็ยังขยับการลงทุนเพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็ก จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้ภาครัฐต้องเร่งหันมาขยายการลงทุนในด้านอินฟราสตรักเจอร์มากขึ้น เพื่อให้ภาคเอกชนขยับการลงทุน เพราะถ้าไม่มีการลงทุนภาคเอกชนประเทศก็พัฒนาต่อไปไม่ได้
ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศมีการพัฒนาไปอีกขั้น โดยเฉพาะขีดความสามารถในด้านการวิจัยพัฒนา ภาครัฐมีแผนที่จะเข้าไปร่วมพูดคุยกับผู้ประกอบการรถยนต์ ว่าถ้าจะเข้ามาลงทุนด้านการผลิตในประเทศไทยต้องเข้ามาลงทุนการวิจัยและพัฒนาสินค้าด้วย
อาร์ทูโร บริส ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการพัฒนาการจัดการ (ไอเอ็มดี) กล่าวว่า หากไทยต้องการขยับขีดความสามารถให้ดีขึ้น ควรเริ่มจากการปรับโครงสร้างพื้นฐานในด้านของการศึกษา ด้านสาธารณูปโภค และการรักษาพยาบาล เนื่องจากสิ่งดังกล่าวประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำ
ขณะที่ คริสทอส คาโบลิส ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐศาสตร์และปฏิบัติการ สถาบันเพื่อการพัฒนาการจัดการ กล่าวว่า ตอนนี้ขีดความสามารถโครงสร้างพื้นฐานของไทยไม่ค่อยขยับเลย โดยเฉพาะ 3 ตัวแปร คือ โครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี หรือโครงสร้าง พื้นฐานด้านการศึกษา เพราะปัจจัยดังกล่าวมีความสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ







