
ชงกฎคุมคอนโดเทล
ซีไนน์ฯ แนะภาครัฐเร่งคลอดกฎหมายต้อนคอนโดเทลเข้าระบบสร้างความยุติธรรมกับโรงแรมรับกระแสโลก
ซีไนน์ฯ แนะภาครัฐเร่งคลอดกฎหมายต้อนคอนโดเทลเข้าระบบสร้างความยุติธรรมกับโรงแรมรับกระแสโลก
นายบิล บาร์เน็ต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ ที่ปรึกษาด้านธุรกิจท่องเที่ยว และการบริการ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีแนวโน้มทำคอนโดเทลกันมากขึ้น คือการนำคอนโดมิเนียมมาปรับให้บริการในรูปแบบโรงแรม ซึ่งในไทยก็มีกลุ่มนี้เกิดขึ้นมาก แต่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายรองรับการทำธุรกิจในรูปแบบนี้ ทำให้คอนโดเทลไม่สามารถไปขอจดทะเบียนรับใบอนุญาตทำโรงแรมได้ ซึ่งก็จะเกิดความไม่ยุติธรรมทางธุรกิจกับโรงแรมถูกกฎหมาย เพราะคอนโดเทลไม่ต้องเสียภาษี หรือมีต้นทุนต่างๆ เหมือนกับโรงแรม ทำให้ทำราคาได้ถูก รัฐจึงควรแก้ปัญหาด้วยการดึงคอนโดเทลเข้าสู่ระบบเพื่อความยุติธรรมทางธุรกิจ
ทั้งนี้ ตัวอย่างประเทศที่มีคอนโดเทลมากและถูกกฎหมาย คือฮาวาย สหรัฐอเมริกา และในโกลด์โคส ออสเตรเลีย ขณะที่ประเทศที่มีปัญหาคอนโดเทลเป็นโรงแรมผิดกฎหมายไม่ต่างจากไทยก็คือ อินโดนีเซียหากเป็นไปได้ไทยควรจะจัดทำกฎหมายที่สามารถขอดำเนินการเป็นคอนโดมิเนียมและเปลี่ยนมาเป็นโรงแรมในภายหลังได้เบ็ดเสร็จในครั้งเดียว เพื่อให้กระบวนการง่ายไม่ซับซ้อน จูงใจต่อการเข้าระบบ
"ปัจจุบันมีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ทำคอนโดเทลมากขึ้น เนื่องจากเป็นโครงสร้างธุรกิจที่ทำให้ผู้ประกอบการได้ผลตอบแทนคืนเร็ว โดยบางรายรับประกันผลตอบแทน 8-9% ให้กับผู้ซื้อห้องพักในโครงการคอนโดเทลนั้นเพื่อจูงใจ สาเหตุที่ทำให้รับประกันผลตอบแทนได้สูงก็เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายแบบที่โรงแรมต้องเสีย ดังนั้นรัฐควรแก้ปัญหาโดยเร็ว ทำให้กลุ่มนี้เข้าสู่ระบบเป็นโรงแรมได้ เพื่อให้ได้เงินภาษีเข้าสู่รัฐและช่วยให้ราคาห้องพักโรงแรมในไทยขยับขึ้นไปได้" นายบาร์เน็ต กล่าว
ด้านแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งรัฐก็ต้องลงทุนขยายระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานรองรับเป็นภาระค่าใช้จ่ายของประเทศ ก็ควรเรียกเก็บภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยได้จากรายได้ที่เกิดจากนักท่องเที่ยวเข้าพักในคอนโดเทล เพราะกลุ่มเหล่านี้ก็มาใช้ระบบสาธารณูปโภค รวมไปถึงที่พักให้เช่าผ่านเว็บไซต์แอร์บีแอนด์บีด้วย แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นเพราะรัฐเก็บภาษีจากกลุ่มนี้ไม่ได้เต็มที่







