posttoday
เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

08 กรกฎาคม 2560

รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณโวหารที่ว่า "เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน" เป็นสิ่งที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ท่านได้กล่าวอย่างหนักแน่นและสม่ำเสมอให้บรรดาลูกหลานของโรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา ได้ยึดถือปฏิบัติเอาจริงเอาจัง นับได้ว่าเป็นแนวทางสำคัญของการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในอีกรูปแบบหนึ่งที่ผ่านการกล่อมเกลาทางสังคม (Socialization) ซึ่งมีลักษณะที่เป็นแบบไทยๆ

รศ.ดร.วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ

โวหารที่ว่า "เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน" เป็นสิ่งที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ท่านได้กล่าวอย่างหนักแน่นและสม่ำเสมอให้บรรดาลูกหลานของโรงเรียนมหาวชิราวุธ จ.สงขลา ได้ยึดถือปฏิบัติเอาจริงเอาจัง นับได้ว่าเป็นแนวทางสำคัญของการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในอีกรูปแบบหนึ่งที่ผ่านการกล่อมเกลาทางสังคม (Socialization) ซึ่งมีลักษณะที่เป็นแบบไทยๆ

โดยการที่สังคมไทยยอมรับและเคารพในผู้อาวุโส ยอมที่จะรับฟังสิ่ง ที่ดีงามและนำเอาแนวความคิดรวมทั้งแนวปฏิบัติของผู้ใหญ่มาเป็นแบบ อย่างในการดำเนินชีวิต ซึ่งนับได้ว่า พล.อ.เปรม ถือได้ว่าเป็นบุคคลตัวอย่างสำคัญของนักเรียนเก่า หมายเลขประจำตัว 167 โรงเรียนมหาวชิราวุธ ผู้สร้างคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ และเป็นนายกรัฐมนตรีคนสำคัญในการที่จะประคับประคองประเทศถึง 8 ปี 5 เดือน

ดังนั้น ในการพินิจการเมืองครั้งนี้ จึงจะนำเสนอแนวความคิด "เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน" ดังนี้

1.บุคคลย่อมมีความผูกพันโดยตรงกับรัฐชาติในฐานะเป็นสมาชิกในครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ ดังนั้นจำเป็นต้องมีความผูกพันอย่างหนีไม่พ้นที่จะต้องรับผิดชอบที่จะช่วยกันรักษาให้ประเทศชาติดำรงอยู่ให้มีความยั่งยืนและสถาพร

ดังนั้น จึงเกิดคำถามขึ้นว่าจะใช้วิธีการอย่างไรที่จะทำให้เกิดการดำรงอยู่ และเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน สถาพร ทั้งนี้ มีแนวความคิดมากมายที่สำคัญ ได้แก่ "การยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม" การเสริมสร้างสมาชิกในรัฐชาติเป็นคนดี ซึ่งปรากฏอยู่ในหลักความเชื่อ ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ อย่างมากมาย อันถือได้ว่าประเทศไทยเรามีทุนเรื่องประเพณี วัฒนธรรมที่เป็น อัตลักษณ์อย่างงดงาม และเป็นหนึ่ง ไม่รองใคร ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือความ ภาคภูมิใจที่เราจะเป็นคนไทยที่มีศักดิ์ศรีและมีเกียรติภูมิในแผ่นดิน มีประวัติของรัฐชาติที่งดงาม และบรรพบุรุษก็ได้รักษาไว้อย่างยาวนาน สิ่งสำคัญคือ การดำรงไว้และรักษาให้เกิดความยั่งยืนนั้นเอง

2.การที่เราจะทำให้เกิดความมั่นคงและเกิดความยั่งยืนอย่างสถาพรนั้นจำเป็นต้องมีข้อตกลงร่วมกันที่เรียกว่า "สัญญาประชาคม" (Social contract) ซึ่งสัญญานี้จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะตามแนวความคิดของนักวิชาการตะวันตกไม่ว่าจะเป็น Hobbes Locke และ Rousseau ที่พยายามอธิบายว่ามนุษย์จำเป็นต้องมีข้อตกลงร่วมกันที่จะต้องอยู่เป็นรัฐชาติ เป็นครอบครัว เป็นสังคม เป็นชุมชน เพื่อที่จะทำให้มนุษย์ด้วยกัน หรือพวกเราด้วยกันอยู่อย่างสันติ มีความสุข ปราศจากสภาวะสงคราม ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ที่สำคัญคือสามารถที่จะอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงได้คิดค้นสิ่งที่เรียกว่ากติกาสูงสุด หรือกฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้นมานั้นเอง เพื่อปกครองมนุษย์ด้วยกันเอง เพื่อต้องการที่จะทำให้เกิดความยุติธรรม หรือความเท่าเทียมกัน หรือการมีสิทธิเสรีภาพที่ทุกคนพึงพอใจอย่างบริสุทธิ์ใจกัน ด้วยเหตุนี้การที่มีกระบวนการทางการเมืองที่เรียกว่า การออกเสียงประชามติ และใช้หลักเสียงข้างมากก็ถือได้ว่า เป็นสิ่งที่คนไทยเรามีความโน้มเอียง รับรู้ถึงวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ที่ต้องการจะให้เกิดสัญญาประชาคมสูงสุดที่เรียกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุนี้เองรัฐธรรมนูญจึงถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการที่จะเป็นเครื่องมือที่ นำมาซึ่งความผาสุกของคนในชาติ นั้นเอง

3."เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน" จึงเป็นหลักการที่รัฐบุรุษ และประธานองคมนตรีท่านได้นำมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะสร้างรัฐชาติ ให้คนในชาติไทยนั้นตระหนักและเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิต การดำเนินชีวิตของเราในฐานะ "พลเมือง" ให้เกิดความตระหนัก และรับผิดชอบแผ่นดินเกิดคือ การที่เราจะเป็นสมาชิกในรัฐชาติไทยนี้จะต้องเป็นพลเมือง หรือพละของเมืองอันเป็นกำลังของคนที่ต้องรักษา และประคับประคองบ้านเมืองร่วมกัน นั่นคือความผูกพันกับความ เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย พลเมือง ที่ดี หรือเป็นคนดี จึงจะมีความหมายต่อแผ่นดินที่มีจิตสำนึกสำคัญและตระหนักถึงการที่ "เมื่อเกิดมาแล้วไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด" ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหญิงชาย ไม่ว่าจะมีการศึกษามากน้อยเพียงใด ไม่ว่าจะประกอบสัมมาชีพใด ก็ล้วนแล้วต้องยึดมั่นคือ การตระหนักถึงการเป็นคนดีที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่อง "การตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน" ซึ่งการตอบแทนบุญคุณ แผ่นดินดังกล่าวในความหมายอย่างง่ายที่สุดก็คือ การทำตัวเอง ให้เป็นคนดี โดยไม่ต้องคำนึงถึงเงื่อนไขเวลาใดๆ หรือสิ่งแวดล้อมใดๆ เพียงแต่มีอุดมการณ์ที่มุ่งมั่นว่าจะทำความดี และแสดงออกให้เห็นเป็นประจักษ์ก็ถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินแล้วทั้งสิ้น

4.ในวันที่ 10 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา นักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ จ.สงขลา รุ่น 87 (เสือเหลือง) ได้เข้าพบและ ขอโอวาทจากท่าน พล.อ.เปรม และท่านได้ให้ข้อคิดที่สำคัญยังย้ำเตือนอยู่สม่ำเสมอว่า "เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน" ในโอกาสนี้ทางนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ รุ่น 87 ได้นำบทประพันธ์ ยกย่อง เชิดชู พล.อ.เปรม ดังข้อความต่อไปนี้

คือพลเอกเปรม

คือพลเอกเปรม

ผู้เคี่ยวกร้าข้นเข้มมาเต็มที่

เกือบศตวรรษกาล ผ่านปี

หลอมชีวิตแกร่งทระนง

แกร่งและทระนงคนสงขลา

ที่เกิดมาในแดนดินสูงส่ง

ยืนหยัด ยืนยัน มั่นคง

ยืนยง ยิ่งยืน คืนวัน

ยืนนานเกียรติภูมิเกียรติยศ

สง่างดงามยิ่งเป็นมิ่งขวัญ

ยืนเด่นเห็นชัดปัจจุบัน

ยืนยันตัวตนว่าคนจริง

บุญคุณแผ่นดินต้องตอบแทน

คือแก่นสาระในทุกสิ่ง

เป็นที่เกิดที่รักที่พักพิง

เป็นยิ่งกว่านี้คือชีวิต

คือพลเอกเปรม-คนสงขลา

ที่มหาวชิราวุธเต็มดวงจิต

คือรัฐบุรุษผู้อุทิศ

คือศิษย์มหาวชิราวุธ.

ประพันธ์โดย มนตรี ศรียงค์ นักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ รุ่น 84 รามกิตติ กวีซีไรต์ ปี 2550

มอบไว้โดย คณะนักเรียนเก่า มหาวชิราวุธ รุ่น 87 เสือเหลือง ณ วันจันทร์ที่ 10 ก.ค. 2560 n

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน