
อาเซียนกับ อุตสาหกรรม 4.0 (3)
การดี เลียวไพโรจน์เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรม 4.0 การพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์สมองกลปัญญาประดิษฐ์อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ มีบทบาทในการปรับกระบวนการผลิตและการบริการอย่างมาก หุ่นยนต์จะทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และมาแทนที่การใช้แรงงานจำนวนมาก
การดี เลียวไพโรจน์
เมื่อพูดถึงอุตสาหกรรม 4.0 การพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์สมองกลปัญญาประดิษฐ์อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ มีบทบาทในการปรับกระบวนการผลิตและการบริการอย่างมาก หุ่นยนต์จะทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และมาแทนที่การใช้แรงงานจำนวนมาก
แม้ว่าปัจจุบันในอาเซียนตื่นกลัวว่าหุ่นยนต์จะมาแทนที่การใช้แรงงานคน จะส่งผลให้มีคนตกงานจำนวนมาก แนวคิดตื่นกลัวแบบนี้มาจากกลุ่มที่ "ไม่คิดจะเปลี่ยนและไม่ปรับตัว" เพราะแท้จริงแล้วมนุษย์ควรจะปรับตัวและพัฒนาศักยภาพให้ทำงานที่มีมูลค่าสูงขึ้นไปเรื่อยๆ มากกว่า
เพราะแท้จริงแล้ว "Robots substitute labor but not jobs" หุ่นยนต์จะมาแทนที่การใช้แรงงาน ขณะเดียวกันการใช้หุ่นยนต์และการก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 จะสร้างอาชีพใหม่ๆ เป็นจำนวนมากที่ยังไม่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น จิตแพทย์สำหรับหุ่นยนต์ ครูสำหรับหุ่นยนต์เพื่อให้ เรียนรู้ในเรื่องความละเอียดอ่อนและความปลอดภัยของมนุษย์มากขึ้น และอื่นๆ อีกมากมาย
ข้อมูลจากสหราชอาณาจักรพบว่า แม้ว่าเทคโนโลยีจะมาแทนที่แรงงานทักษะต่ำกว่า 8 แสนอัตรา แต่เทคโนโลยีเดียวกันก็ได้สร้างความต้องการของอาชีพใหม่กว่า 3.5 ล้านอัตรา
รายงานของ International Federation of Robotics (IFR) ในปี 2559 พบว่า ประเทศที่มีความหนาแน่นของหุ่นยนต์ต่อคนงาน 1 หมื่นคนนั้น ประเทศที่อยู่ใน 3 อันดับแรกล้วนแล้วอยู่ในเอเชีย ทั้งสิ้น คือ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และญี่ปุ่น โดยมีจำนวนสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศกลุ่ม OECD และค่าเฉลี่ยของโลกที่ 69 ตัวต่อคนงาน 1 หมื่นคน อย่างมีนัยสำคัญ
ประเทศที่เป็นที่น่าจับตามองในอัตราการเติบโตการใช้หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ แม้ว่าปัจจุบันยังไม่ได้ติดในอันดับต้นๆ คือ ประเทศจีน เนื่องจากรัฐบาลจีนมีการวางยุทธศาสตร์ประเทศใน 10 ปีข้างหน้า โดยให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในการผลิตและบริการ จีนเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตในการผลิตหุ่นยนต์และการใช้หุ่นยนต์เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ตั้งเป้าหมายว่าจะมีความหนาแน่นของหุ่นยนต์อยู่ที่ 150 ตัวต่อคนงาน 1 หมื่นคน ภายในปี 2563
จากรายงานของ IFR พบว่า จีนกำลังทำการติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมกว่า 6.5 แสนตัว ในระหว่างปี 2559-2563 ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าการติดตั้งทั่วโลกถึง 2.5 เท่า
ประเทศที่กำลังพัฒนาในอาเซียนอย่าง อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม ก็มีแผนการติดตั้งหุ่นยนต์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมในอัตราที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์และ ชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนให้เกิดการใช้หุ่นยนต์สมองกลในการผลิต
ขณะที่หลายประเทศรวมทั้งอาเซียนกำลังพยายามปรับตัวสู่อุตสาหกรรม 4.0 บางประเทศ เช่น สวีเดนและญี่ปุ่นกำลังทำการศึกษาและวางยุทธศาสตร์สู่อุตสาหกรรม 5.0 ที่มนุษย์และหุ่นยนต์จะเป็นทำงานด้วยกันและอยู่ร่วมกันได้ได้อย่างไร้รอยต่อ หุ่นยนต์จะเป็นเหมือนเพื่อนผู้ร่วมงานคนหนึ่งเลยทีเดียว







