
บอร์ดชี้นำความยั่งยืนบจ.
บงกชรัตน์ สร้อยทอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดสัมมนา SD Forum ห้วข้อ"Sustainability Strategy : Key Blueprint for Business Growth" ที่คณะกรรมการหรือบอร์ดบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีส่วนสำคัญที่จะนำพาความยั่งยืนมาสู่องค์กร
บงกชรัตน์ สร้อยทอง
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดสัมมนา SD Forum ห้วข้อ"Sustainability Strategy : Key Blueprint for Business Growth" ที่คณะกรรมการหรือบอร์ดบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีส่วนสำคัญที่จะนำพาความยั่งยืนมาสู่องค์กร
"ภัทรียา เบญจพลชัย" ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านบรรษัทภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวถึงบทบาทการขับเคลื่อน ESG ของคณะกรรมการบริษัทว่า ปัจจุบันกองทุนต่างประเทศให้น้ำหนักการลงทุนใน บจ.ทั่วโลก ที่มีการคำนึงเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลที่ดี (ESG) มากขึ้น เห็นได้จากที่ตัวเลขภายใต้สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ปี 2559 อยู่ที่ 62 ล้านล้านยูโร จากเมื่อปี 2555 เอยูเอ็ม อยู่ที่ 24 ล้านล้านยูโรเท่านั้น และเป็นแนวโน้มที่ บจ.ไทยควรให้น้ำหนักต่อกรณีนี้ เพราะทั่วโลกให้ความสำคัญ
การที่ บจ.จะเกิดการคำนึงถึง ESG ได้ บอร์ด บจ.ต้องให้ความใส่ใจต่อการปฏิบัติอย่างจริงจัง ด้านหนึ่งอาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นการเพิ่มต้นทุนต่อ บจ. แต่ถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อเป็นวัคซีนที่ฉีดป้องกันให้บริษัทมากขึ้น
ผลสำรวจ บจ.ไทยพบว่ามี 140 แห่ง คิดเป็น 23% กำหนดนโยบายให้องค์กรมีการดูแลเรื่องของเสียที่เกิดจากกระบวนการดำเนินงาน มีการประหยัดน้ำ และช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทลงได้
ขณะที่มี บจ.เพียง 20 แห่ง หรือ 5% ซึ่งส่วนใหญ่เป็น บจ.ที่ได้รับการเข้าไปคำนวณในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) โดยนำเรื่อง ESG เข้าไปอยู่ในกระบวนการดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งจะ เห็นผลชัดเจนกับการเคลื่อนไหวราคา หุ้นยั่งยืน (THSI) ทั้งหมด 35 แห่ง ปรับขึ้นสูงกว่าดัชนีของตลาด หลักทรัพย์ (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
ทั้งนี้ บอร์ดควรให้น้ำหนัก ESG เป็นกลยุทธ์ในระยะยาวขององค์กร หรือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้องค์กร ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ต้องมาพูดถึงเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพราะคุ้มที่จะทำให้บริษัทอยู่อย่างยั่งยืน และควรนำเรื่องนี้เข้าประชุมบอร์ดและพัฒนาให้ออกมาในรูปของผลประกอบการของบริษัทให้ได้ หรือช่วยลดต้นทุนของบริษัท
นอกจากนั้น ต้องกำหนดเป็น กลยุทธ์แต่ละปีและทำเป็นแผน ประจำปี มีการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีบอร์ด/คณะทำงานรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง และต้องให้บอร์ดเห็นถึงความเสี่ยงหากไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ รวมทั้งต้องสื่อสารออกมาให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทได้รับข่าวสาร
"สันติ วาสนสิริ" ผู้จัดการฝ่ายนวัตกรรมและบริหารความยั่งยืน บริษัท ไทยออยล์ (TOP) กล่าวว่า มีคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและกระจายความรับผิดชอบไปในแต่ละสายงาน มีคณะกรรมการเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืนอยู่ภายใต้สายงานกลยุทธ์องค์กร ตั้งขึ้นมาเดือน มิ.ย. 2559 เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ความยั่งยืนจนเข้าสู่กระบวนการทำงานและมีซีอีโอเป็นประธานกรรมการดูแลโดยตรง
"ให้ความสำคัญกับคนเก่งและคนดี ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมไปในกระบวนการดำเนินงานปกติ และสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียของทุกกลุ่ม และบอร์ดสนับสนุนให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นผู้นำในการปรับตัวขององค์กร พร้อมอำนวยความสะดวกให้ฝ่ายจัดการดำเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผลที่ได้ เช่น ดัชนีความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 84% ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลงประมาณ 195 ล้านบาท"
"นำพล ลิ้มประเสิรฐ" ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) กล่าวว่า พันธกิจหลักคือตั้งมั่นในความเป็นธรรม มุ่งมั่นความเป็นเลิศ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน และถือมั่นในความ รับผิดชอบต่อสังคม แต่ละปีให้งบ สำหรับการอบรมพนักงานปีละ 1,500 ล้านบาท และงบเพื่อการวิจัยและพัฒนาประมาณ 1% ของกำไรสุทธิ ปี 2559 อยู่ที่ 4,300 ล้านบาท ผลคือวันนี้มองภาพพนักงานของ SCC มีดีเอ็นเอเรื่อง ESG ชัดเจนและกลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรไปแล้ว







