posttoday
เข้มงวดงบละลายแม่น้ำ

เข้มงวดงบละลายแม่น้ำ

06 กรกฎาคม 2560

หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรให้ความสำคัญในการเพิ่มกระบวนการตรวจสอบโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี วงเงิน 22,895 ล้านบาท อย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เม็ดเงินรั่วไหลไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์โครงการ

หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรให้ความสำคัญในการเพิ่มกระบวนการตรวจสอบโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี วงเงิน 22,895 ล้านบาท อย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เม็ดเงินรั่วไหลไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์โครงการ

ด้วยโครงการดังกล่าวนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งได้อนุมัติไปเมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้กำชับต่อที่ประชุม ครม.ว่าต้องมีการเบิกจ่ายงบประมาณครึ่งแรกภายในกลางเดือน ก.ค.นี้ และจะต้องเบิกจ่ายวงเงินทั้งหมดภายในเดือน ส.ค. 2560

หากดูตามระยะเวลาการดำเนินโครงการถือว่าสั้นมาก ขณะที่กำหนดเป้าเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมีมากถึง 4.5 ล้านคน จาก 9,101 ชุมชน ชุมชนละ 500 คน หรือเฉลี่ยวงเงินชุมชนละ 2.5 ล้านบาท

ดังนั้น หากรัฐบาลตั้งเป้าจะหว่านเม็ดเงินจำนวนนี้เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนให้ครอบคลุมทุกตำบลของประเทศ ตลอดจนเพื่อพัฒนาอาชีพให้เกษตรกรมีรายได้ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและมีกระแสเงินหมุนเวียนในชุมชน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้มีการกระจายเม็ดเงินอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง โดยเฉพาะเงินค่าแรงที่เกษตรกรจะได้รับ 50% ตามที่กำหนดไว้

นอกจากนี้แล้ว ในเมื่อเป้าหมายโครงการต้องการให้ชาวไร่ชาวนาลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรด้วยแล้ว กระทรวงเกษตรฯ ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการจะต้องมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนการผลิต และสร้างความเข้มแข็งต่อเกษตรกรอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกันต้องเข้มงวดกวดขันในขั้นตอนการดำเนินการให้เป็นไปอย่างโปร่งใส เพราะมีความเสี่ยงที่โครงการนี้จะกลายเป็นการเดินตามรอยโครงการประชานิยมที่ประสบความล้มเหลวก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะหากคณะกรรมการทั้ง 5 ชุด ที่มีหน้าที่ในการคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการในแต่ละระดับ ตั้งแต่ชุมชน อำเภอ จังหวัด จนถึงระดับกระทรวงที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน ขาดความตรงไปตรงมาในการพิจารณาคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วม จะยิ่งเพิ่มความเหลื่อมล้ำและสร้างความแตกแยกขึ้นในชุมชน

ตลอดจนยังจะต้องระมัดระวังการดำเนินการอย่างเร่งรีบและรวบรัดไม่ให้โครงการดังกล่าวนี้ผิดเพี้ยนไปจากวัตถุประสงค์ หรือกลายเป็นการนำงบประมาณแผ่นดินไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ โดยไม่เกิดประโยชน์ต่อการสร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพของเกษตรกรอย่างแท้จริง

เพราะเป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณลงพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศไปแล้วจำนวนมาก ผ่านหลายหน่วยงานและหลากหลายโครงการ แต่ก็ยังไม่มีการประเมินผลความสำเร็จอย่างเป็นทางการว่าเงินงบประมาณทั้งหลายได้ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า ตลอดจนสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรมากน้อยแค่ไหน มีการกระจายเม็ดเงินอย่างเป็นธรรมและทั่วถึงหรือไม่

ทั้งนี้ ก็เพื่อที่หน่วยงานภาครัฐจะได้สะท้อนการแก้ปัญหาที่เป็นจริง สามารถผลักดันการดำเนินนโยบายของรัฐได้ตรงต่อสภาพปัญหา รวมทั้งเห็นความจำเป็นการทุ่มเม็ดเงินลงไปยังท้องถิ่นสำหรับการเพิ่มศักยภาพการผลิตด้านการเกษตรว่ามีอีกมากน้อยแค่ไหน ควรเป็นโครงการลักษณะใดถึงจะช่วยปลดเปลื้องให้เกษตรกรหลุดพ้นวงจรความยากจน และสามารถสร้างความเข้มแข็งโดยไม่ต้องพึ่งพารัฐอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน