posttoday
HTECH ซบ SET ลุยลงทุนรับยักษ์บุกไทย

HTECH ซบ SET ลุยลงทุนรับยักษ์บุกไทย

10 กรกฎาคม 2560

บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ (HTECH) บริษัทที่ดำเนินธุรกิจผลิต รับจ้างผลิต และจำหน่ายเครื่องมือที่ใช้ในการตัดเฉือนโลหะ

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ (HTECH) บริษัทที่ดำเนินธุรกิจผลิต รับจ้างผลิต และจำหน่ายเครื่องมือที่ใช้ในการตัดเฉือนโลหะ (Cutting Tools) เพื่อรองรับงานด้านอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ก่อตั้งเมื่อปี 2545 กว่า 25 ปีที่ดำเนินธุรกิจมาจนขึ้นชั้นเป็นผู้นำตลาดเครื่องมือตัดเฉือนโลหะในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเครื่องมือตัดเฉือนโลหะประเภท Carbide Cutting Tools และอุปกรณ์ที่มีความเที่ยงตรงสูง

วันที่ 3 ก.ค. 2560 HTECH ตัดสินใจย้ายเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จาก 8 ปีก่อนหน้ามีสถานะเป็น บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

พีท ริมชลา ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการบริหาร HTECH ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ว่า การตัดสินใจย้ายส่วนหนึ่งเพราะบริษัทต้องการทลายข้อจำกัดที่เกิดขึ้น เพราะอนาคตบริษัทจะต้องใหญ่ มีการขยายกิจการและการลงทุนต่อเนื่องด้วยขนาดทุน 300 ล้านบาทอาจจะเล็กไป ดังนั้นเพื่อความใหญ่ก็จำเป็นที่จะต้องย้ายมาในตลาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงทุน เข้าถึงกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติที่จะทำได้ง่ายและกว้างขึ้น เพราะ 8 ปีที่อยู่ใน mai เราก็พบว่ามีข้อจำกัดเพราะต่างชาติหรือสถาบันเข้าลงทุนไม่ได้เพราะมีขนาดที่เล็กเกินไป ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องออกมาในตลาดที่ใหญ่ขึ้น แต่การออกมายืนในตลาดที่ใหญ่ขึ้นก็เป็นแรงกดดันของบริษัท เพราะเชื่อว่านักลงทุนและผู้ถือหุ้นก็จะมีความคาดหวังที่สูงขึ้นเช่นกัน

“8 ปีในตลาด mai ได้สร้างโอกาสมากมายต่อบริษัท นอกจากทำให้ได้ทุนจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอครั้งแรกเมื่อปี 2552 นำมาขยายธุรกิจตามแผนที่คาดหวังไว้ การเป็น บจ.ทำให้เกิดความเชื่อมั่น และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทในการออกไปทำธุรกิจในต่างประเทศอย่างมากและถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมากกับการนำบริษัทที่เดิมเป็นไพรเวท เข้าสู่การเป็นมหาชน มีผู้ถือหุ้นและนักลงทุนเข้ามาร่วมเป็นเจ้าของ” พีท กล่าว

พีท กล่าวว่า เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจที่ถูกต้องมากที่เมื่อ 3-4 ปีก่อนหน้าในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไทยอ่อนแอได้ตัดสินใจขยายการลงทุนออกไปต่างประเทศ แม้ว่าครั้งแรกจะไปแบบลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลาน แต่เมื่อเวลาผ่านมา บริษัทมีความเข้าใจ มีความแข็งแกร่งเรื่องเงินทุนทำให้วันนี้ธุรกิจของบริษัทมีการกระจายพอร์ตการทำธุรกิจที่ดี มีทั้งการทำธุรกิจในประเทศและการออกไปลงทุนต่างประเทศทั้งเวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ซึ่งถือว่าไปได้สวยและสัดส่วนการขายจากต่างประเทศจะอยู่ที่เกือบ 40% และการค้าในประเทศอยู่ที่ประมาณ 60%

HTECH ซบ SET ลุยลงทุนรับยักษ์บุกไทย

“การทำธุรกิจเราต้องคิดล่วงหน้ามองให้ขาด ต้องกล้าตัดสินใจและลงทุนเพราะจะมารอไม่ได้ เพราะถ้าโอกาสมาถึงคุณก็จะพลาดโอกาส ชัดเจนมาก บริษัทตัดสินใจขยายกำลังการผลิต และสั่งซื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามาเพื่อเพิ่มกำลังผลิตให้มากขึ้นรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะเกิดขึ้น ซึ่งชัดเจนมาก ตอนนี้ลูกค้ารายใหญ่ เช่น ฮิตาชิ และ WD ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับฮาร์ดดิสก์ ไดรฟ์ กำลังจะย้ายการผลิตและมาลงทุนที่ประเทศไทย ซึ่งบริษัทก็พร้อมที่จะผลิตสินค้าเพื่อป้อนให้กับลูกค้า การทำธุรกิจเราจะให้ลูกค้ารอเขาก็คงไม่รอ ดังนั้นจะต้องพร้อมต้องกล้าลงทุน”

ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการขยายการลงทุน ซึ่งแบ่งการลงทุนเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกใช้เงินลงทุนประมาณ 370 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนอาคาร 100 ล้านบาท และซื้อเครื่องจักร 270 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเข้าเครื่องจักรเข้ามาติดตั้ง โดยบริษัทได้สั่งซื้อเครื่องจักรไปแล้ว ซึ่งก็ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีเพราะคำสั่งซื้อเกิดขึ้นในช่วงที่เงินบาทแข็งค่า ก็ได้อานิสงส์บ้าง แต่การที่บริษัทมีทั้งซื้อและขายจากต่างประเทศ ดังนั้นบาทจะแข็งค่าหรืออ่อนค่า ก็ล้วนจะมีผลทั้งทางบวกและทางลบ การทำธุรกิจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน แต่อยู่ที่ว่าจะมีการบริหารจัดการอย่างไรให้ออกมาดีที่สุด

สำหรับการขยายโรงงานและกำลังผลิตเพิ่มขึ้นจะทำให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 30% แต่จะรับผลดีในปีนี้ประมาณ 10% เพราะเมื่อนำเครื่องจักรเข้ามาจะต้องมีการทดสอบในการเดินเครื่อง และจะเริ่มผลิตได้ในไตรมาส 4 แต่ในปี 2561 จะรับผลดีเต็มๆ จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนครั้งนี้ ขณะที่การลงทุนในเฟส 2 ก็จะรอดูอีกนิดว่าลูกค้าจะเป็นอย่างไร คำสั่งซื้อของลูกค้าจะเป็นอย่างไรก่อนตัดสินใจอีกครั้ง

“แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 คาดว่าจะดีกว่าไตรมาสแรก ภาพรวมธุรกิจมีการเติบโตดีขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก จากคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องรับผลบวกเต็มในไตรมาส 4 จากกำลังผลิตโรงงานใหม่ทั้งในและต่างประเทศเพิ่มเข้ามา” พีท กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทคาดรายได้ 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 10% เนื่องจากฮาร์ดดิสก์ ไดรฟ์ กลุ่มสินค้าไฮเอนด์มีความต้องการสูง และบริษัทเพิ่มการจำหน่ายสินค้าในกลุ่มยานยนต์มากขึ้น จากปัจจุบันที่จำหน่ายน้อยมาก
พีท กล่าวว่า การทำธุรกิจเราจะต้องรู้และวิเคราะห์ให้ขาด เช่น อะไร 10 อย่างแรกที่ค่าใช้จ่ายต้องคุม อะไรที่จะทำให้บริษัทมีกำไรที่ดี ผลอยู่กับตัวเลขที่สำคัญๆ ทุกตัวในการทำธุรกิจ เพราะต้องตกผลึกให้ได้ ต้องมุ่งมั่น ผลจะออกมาเป็นอย่างไรต้องยอมรับ ตัวเลขสุดท้ายที่วัดจะอยู่ช่วงสิ้นไตรมาส ถ้ากำไรออกมาดี คำตอบที่ได้คือใช่เรามาถูกทาง แต่ถ้าออกมาไม่ได้ ก็สิ้นหวังไม่ได้ จะต้องมุ่งมั่นเดินต่อ HTECH เติบโตมาได้แม้ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศจะไม่โต เราโตเพราะต้องพาตัวเองหาลูกค้า พาตัวเองหาตลาดใหม่ๆ นี่คือผลลัพธ์ของการตั้งใจทำธุรกิจให้เติบโตมั่นคงและแข็งแกร่ง

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย