
Google Amazon และพรบ.การแข่งขันทางการค้า (ฉบับใหม่)
ผศ.ดร.ยิ่งยศ เจียรวุฑฒิภาควิชาบริหารธุรกิจวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล [email protected]ข่าวธุรกิจใหญ่ระดับโลกเมื่อสัปดาห์ก่อนคงจะหนีไม่พ้น เรื่องที่สหภาพยุโรปได้ตัดสินการปรับ Google เป็นจำนวนเงินถึง 2,400 ล้านยูโร หรือเกือบ 1 แสนล้านบาท ใช่แล้วครับ เป็นค่าปรับที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว โดยหลังจากที่ทางการใช้เวลาสืบสวนประมาณ 7 ปี ก็ได้ข้อสรุปว่า Google ใช้อำนาจที่ตัวเองมีอย่างมหาศาลในตลาด Search Engine (ระบบสืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต) เอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจ e-Commerce ของตัวเอง ซึ่งก็คือ Google Shopping (ธุรกิจขายของออนไลน์) เรียกได้ว่าผิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของสหภาพยุโรปเขา
ผศ.ดร.ยิ่งยศ เจียรวุฑฒิภาควิชาบริหารธุรกิจวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล [email protected]
ข่าวธุรกิจใหญ่ระดับโลกเมื่อสัปดาห์ก่อนคงจะหนีไม่พ้น เรื่องที่สหภาพยุโรปได้ตัดสินการปรับ Google เป็นจำนวนเงินถึง 2,400 ล้านยูโร หรือเกือบ 1 แสนล้านบาท ใช่แล้วครับ เป็นค่าปรับที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว โดยหลังจากที่ทางการใช้เวลาสืบสวนประมาณ 7 ปี ก็ได้ข้อสรุปว่า Google ใช้อำนาจที่ตัวเองมีอย่างมหาศาลในตลาด Search Engine (ระบบสืบค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต) เอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจ e-Commerce ของตัวเอง ซึ่งก็คือ Google Shopping (ธุรกิจขายของออนไลน์) เรียกได้ว่าผิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของสหภาพยุโรปเขา
แน่นอนว่า Google ไม่พอใจในผลการตัดสินและยังคงต้องอุทธรณ์กันต่อไป หลายคนมีความคิดเห็นเดียวกับทางการ ในขณะที่บางคนมองว่าคำตัดสินนี้คือการจำกัดนวัตกรรมของ Google และท้ายที่สุดแล้วประชาชนผู้บริโภคนั่นแหละที่จะเสียประโยชน์
กลับมาที่ไทย เรามีกฎหมายลักษณะเดียวกัน คือ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 ที่ทุกคนบอกว่าเป็นเสือกระดาษ เพราะไม่เคยนำมาบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรมตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ข่าวดีคือ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ได้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้วตั้งแต่เดือน เม.ย. คาดว่าจะได้ใช้จริงภายในไตรมาส 3 ของปีนี้
หลายคนชื่นชมกับเนื้อหาใหม่ๆ ของกฎหมายฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดคุณสมบัติให้ "คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า" มีความเป็นอิสระมากขึ้น การจัดตั้ง "สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า" ให้อยู่ในรูปของนิติบุคคลที่ไม่ต้องขึ้นตรงกับรัฐบาล การเพิ่มเติมเรื่องของการควบรวมกิจการ รวมทั้งการกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น เป็นต้น
รายละเอียดสำคัญหลายประการยังไม่มีอยู่ใน พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ เนื่องจากต้องรอให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าทั้ง 7 ท่านเป็นผู้กำหนด ดังนั้นจึงยังไม่มีนิยามอย่างเป็นทางการของ "ผู้ประกอบธุรกิจที่มีอำนาจเหนือตลาด" มีเพียงการระบุให้คณะกรรมการพิจารณา "ส่วนแบ่งการตลาด" และ "ยอดขาย" เท่านั้น ผมคาดว่าคณะกรรมการคงต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากธุรกิจทุกวันนี้มีความซับซ้อน ทับซ้อน เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และยังไร้พรมแดนด้วย ดูอย่าง Facebook หรือ Line ที่ไม่แน่ใจว่าอยู่ในธุรกิจอะไรกันแน่ เพราะเป็นได้ทั้งสังคมออนไลน์ โฆษณา ข่าว บันเทิง ฯลฯ
อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ธุรกิจค้าปลีกเนื่องจากนิยามของ "ตลาด" ที่แตกต่างกันสามารถเปลี่ยนส่วนแบ่งการตลาดจากหน้ามือกลายเป็นหลังมือได้เลยทีเดียว เช่น ตลาดร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ ตลาดร้านสะดวกซื้อ (รวมโชห่วย) ตลาดค้าปลีกออฟไลน์ ตลาดค้าปลีก (รวมออฟไลน์และออนไลน์) ตลาดค้าปลีกในไทย ตลาดค้าปลีกในเอเชีย ตลาดค้าปลีกในโลก เป็นต้น แม้ เซเว่น อีเลฟเว่น และเซ็นทรัลจะดูยิ่งใหญ่ในตลาดร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่และตลาดค้าปลีกออฟไลน์ในไทย แต่ถ้าเราคิดถึง Lazada ที่เป็นผู้นำตลาดค้าปลีกออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ที่ตอนนี้มีพี่ใหญ่จากจีนอย่าง Alibaba หนุนหลัง) รวมทั้งคู่แข่งระดับเอเชียและระดับโลกที่ยังไม่เข้ามาในไทยอย่างเต็มตัว อนาคตจะเป็นอย่างไรก็สุดจะคาดเดา ยิ่งผู้บริโภคยุคใหม่เอียงไปทางออนไลน์มากขึ้นทุกวัน (บางคนซื้อของผ่าน Facebook และ Line ด้วยซ้ำ) การกำหนดนิยาม "ตลาด" จะยิ่งท้าทายมากขึ้น
ที่สหรัฐ Walmart เคยยิ่งใหญ่ในตลาดค้าปลีกออฟไลน์จนใครๆ บอกว่ามีอำนาจมาก (ในการต่อรองกับผู้ผลิต) จนวันหนึ่ง Amazon เข้ามาในตลาดออนไลน์และแย่งส่วนแบ่งการตลาดไป มาในปัจจุบัน Amazon มีมูลค่าหุ้นสูงกว่า Walmart แล้ว ในขณะที่ Walmart ยังวุ่นอยู่กับการปรับตัวเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดค้าปลีกออนไลน์ อยู่ดีๆ Amazon ก็ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าจะซื้อกิจการของ Whole Foods ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตแบบออฟไลน์ที่มีชื่อเสียงด้านอาหารสำหรับคนรักสุขภาพและอาหารอินทรีย์ โดย Amazon จะใช้เงินถึงกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือเกือบ 5 แสนล้านบาท) เพื่อที่จะได้ครองตลาดค้าปลีกแบบเบ็ดเสร็จ ยิ่งติดตามก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าธุรกิจในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่มีพรมแดนใดๆ ขวางกั้นอีกต่อไป
ขอฝากความหวังแก่คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าชุดใหม่ ที่นอกจากจะต้องเป็นอิสระแล้วยังต้องเข้าใจความเชื่อมโยงและสามารถคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้ด้วย เนื่องจากการออกกฎเกณฑ์โดยคำนึงถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ประเมินอนาคตผิดพลาดอาจส่งผลลบต่อผู้บริโภคได้เช่นกัน อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องฝากคณะกรรมการไว้ คือ กรณีของบริษัทต่างประเทศที่มาทำผิดกฎหมายการแข่งขันในไทย อย่าลืมนะครับว่า Google นั้นเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน แต่กลับโดนสหภาพยุโรปตัดสินว่ากระทำความผิด
ในส่วนของผู้ประกอบการนั้น กฎหมายลักษณะนี้มีความตั้งใจที่จะส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นสำคัญ ดังนั้นผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ต้องการจำกัดขนาดของธุรกิจของคนไทยจนไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งจากต่างประเทศได้ รวมทั้งไม่ต้องการจำกัดไม่ให้มีการขยายธุรกิจไปยังธุรกิจอื่นๆ แต่ พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้เน้นที่ "พฤติกรรม" ของตัวผู้ประกอบการมากกว่า ดังนั้นขอให้ท่านดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม และใช้หลักการ Arm's Length (ปฏิบัติกับผู้ประกอบการภายนอกเหมือนกับที่ปฏิบัติกับธุรกิจภายใน) เท่านี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วครับ n







