posttoday
อสังหา อาเซียน จะรุกหรือจะรับในยุคดิจิทัล

อสังหา อาเซียน จะรุกหรือจะรับในยุคดิจิทัล

04 กรกฎาคม 2560

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ & ธนาคารไทยพาณิชย์EIC | Economic Intelligence Centerปัจจุบันเทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการทำธุรกิจ ทำให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ต้องปรับตัวให้สอดรับกับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าหากการทำธุรกิจยังคงเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบเดิม ขาดการสอดแทรกนวัตกรรมเข้าไปจะส่งผลต่อการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ไปอย่างน่าเสียดาย

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ & ธนาคารไทยพาณิชย์EIC | Economic Intelligence Center

ปัจจุบันเทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการทำธุรกิจ ทำให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่ต้องปรับตัวให้สอดรับกับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าหากการทำธุรกิจยังคงเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบเดิม ขาดการสอดแทรกนวัตกรรมเข้าไปจะส่งผลต่อการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ไปอย่างน่าเสียดาย

เมื่อหันกลับมามองเม็ดเงินของการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์จากนักลงทุนทั่วโลก จากข้อมูล UNCTAD พบว่า กลุ่มประเทศอาเซียนมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 30% รองลงมาเป็นจีน และฮ่องกงที่คิดเป็นสัดส่วน 20% และ 6% ตามลำดับ นับเป็นมูลค่าการลงทุนที่น่าสนใจมาก

หากพิจารณาในแง่โอกาสการเข้ามาลงทุนในตลาดอาเซียนนั้นพบว่า ยังเห็นโอกาสอยู่มาก จากข้อมูลของ A.T. Kearney คาดว่าภายใน ปี 2573 มูลค่าตลาดของสมาร์ทโฮม (Smart Home) ในเอเชีย มีแนวโน้มที่จะขยายตัวขึ้นสูงถึง 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ จะเห็นได้ว่าช่องว่างของโอกาสใหม่ในอนาคต อีกทั้งแนวโน้มของราคาอุปกรณ์อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) ที่ถูกลง ก็จะช่วยให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น โดย Gartner คาดว่า ภายในปี2563 จำนวนอุปกรณ์ไอโอทีทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับบ้าน (คอนเน็กเต็ด-โฮม ดีไวเซส) จะมีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องสูงถึง 68% ต่อปี สอดคล้องกับแนวโน้มของมูลค่าตลาด Smart Home ในเอเชียที่ขยายตัวขึ้น

แม้ว่าปัจจุบัน Smart Home จะยังไม่เป็นที่แพร่หลายในแถบอาเซียน ซึ่งช้ากว่ากลุ่มประเทศทางฝั่งยุโรป แต่ก็พบว่ามีความพยายามที่จะนำเสนอโครงการนำร่องจากผู้ประกอบการที่เริ่มจะหันมาพัฒนาโครงการที่พักอาศัยโดยใช้นวัตกรรม Smart Home แล้ว เช่น โครงการ Visionaire ในสิงคโปร์ โครงการบ้านกลางเมือง CLASSE และโครงการ Rhythm สาทรในไทย เป็นต้น

อีไอซีมองว่าการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่าง Smart Home ผ่านการจับมือ ร่วมกับผู้เล่นที่เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือผู้ประกอบการที่เชี่ยวชาญในการควบรวมระบบ จะเป็นการเสริมฐานกำลังของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยให้แข็งแกร่งขึ้น และมีความพร้อมกับการเข้าบุกตลาดอาเซียนในระยะต่อไป

นอกจากนี้ การพัฒนาองค์กรให้ก้าวทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล ควบคู่ไปกับการศึกษาแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องมุ่งเน้นเป็นพิเศษ เนื่องจากยุคดิจิทัลกำลังจะเปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นผู้ที่วิ่งเข้าหาสินค้าด้วยตนเอง ซึ่งประเด็นที่ไม่สามารถมองข้ามได้ คือ การเพิ่มความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิมให้แน่นแฟ้นมากขึ้น แทนที่จะเน้นไปที่การวิ่งหาลูกค้าใหม่ จะช่วยหนุนให้องค์กรสามารถเติบโตขึ้นได้อย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุดนี้ จังหวะในการบุกเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องวางแผนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดและพิจารณาความเสี่ยงให้รอบคอบ เพื่อวิเคราะห์สินค้าที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ประกอบกับจังหวะที่ดีในการเข้าไปบุกตลาด การรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอาเซียนก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เกินความสามารถอีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ