
ปล่อยกู้หมื่นล.บ้านผู้มีรายได้น้อย
ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือพีพีพี(พีพีพี ฟาสต์แทร็ก) ยังคงผลักดันโครงการต่างๆ ให้ออกมาเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้มอบหมายให้กรมธนารักษ์เพิ่มบทบาทในการนำที่ราชพัสดุมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่คนไทยเพิ่มมากขึ้น
ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือพีพีพี(พีพีพี ฟาสต์แทร็ก) ยังคงผลักดันโครงการต่างๆ ให้ออกมาเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้มอบหมายให้กรมธนารักษ์เพิ่มบทบาทในการนำที่ราชพัสดุมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่คนไทยเพิ่มมากขึ้น
ในรูปแบบที่อาจไปร่วมมือกับการ เคหะแห่งชาติ และธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อดึงเอกชนเข้ามา ร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งหากมีเอกชนสนใจจะสามารถนำโครงการดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพีพีพี ได้ด้วย โดยมีเป้าหมายต้องการเห็นโครงการเกิดขึ้นอย่างเร็วในปีนี้ หรืออย่างช้าในปี 2561
พชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรม ธนารักษ์ กล่าวว่า โครงการที่อยู่อาศัยเป็น นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง คงไม่ได้มี อะไรแตกต่างจากบ้านประชารัฐ ซึ่งใน กลุ่มบ้านต่างจังหวัด หากโครงการเข้าข่าย ในรูปแบบการร่วมทุน สามารถเข้าโครงการพีพีพีได้ โดยโครงการต้นแบบจะทำในเขตกรุงเทพฯ ก่อน ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางของโครงการ โดยเบื้องต้นจะสร้างให้เป็นสังคมที่อยู่อาศัย ไม่ได้แค่อยู่อาศัยอย่างเดียว
ด้าน ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการ ผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า ธอส.พร้อมให้ การสนับสนุนโครงการดังกล่าวในลักษณะ สินเชื่อรายย่อยให้กู้รายละไม่เกิน 2.5-3 แสนบาท เพื่อให้สิทธิในการเช่าที่อยู่อาศัยที่สร้างขึ้นบนที่ราชพัสดุของกรม ธนารักษ์ระยะเวลา 30 ปี โดยคิดอัตรา ดอกเบี้ยเท่ากับต้นทุนธนาคาร ซึ่งปัจจุบัน อยู่ที่ 2.3-2.4% รวมกับต้นทุนด้านการบริหารจัดการ
ทั้งนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยในโครงการนี้จะอยู่ที่ระดับไม่เกิน 3% เบื้องต้นกำหนดกรอบวงเงินกู้ระยะแรกจะอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนจะเริ่มเปิดโครงการให้สินเชื่อได้ เมื่อไรนั้น ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการก่อสร้างที่อยู่อาศัย ซึ่งคาดว่าโครงการลักษณะนี้มีความเป็นไปได้ที่จะมีขึ้นบนที่ดินราชพัสดุในต่างจังหวัดมากกว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งกรมธนารักษ์จะเป็นผู้หาที่ราชพัสดุเพื่อมาก่อสร้างในโครงการนี้
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ธอส.ยังได้ร่วมลงนามกับ 15 สมาคม ชมรมผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ในโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดยครอบคลุมถึงผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของสมาคม ชมรมผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์กว่า 200 โครงการ มีมูลค่าของโครงการรวมกันกว่า 3 หมื่นล้านบาท และเตรียมขยายความร่วมมือ ไปยังสมาคม ชมรมผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการกับ ธอส.ในอนาคตต่อไปอีกด้วย







