posttoday
การผลิตเอเชียฟื้นแผ่ว หวั่นครึ่งปีหลังเครื่องอืด

การผลิตเอเชียฟื้นแผ่ว หวั่นครึ่งปีหลังเครื่องอืด

02 กรกฎาคม 2560

นันทิยา วรเพชรายุทธแม้สถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยตามร้านค้าทั่วไปอาจยังดูไม่คึกคักเท่าที่ควร แต่หากพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจในแต่ละด้านที่ออกมาจะเห็นได้ว่า หลายประเทศผู้ส่งออกในเอเชียมีภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ขณะกำลังผ่านพ้นครึ่งแรกของปี 2017 และกำลังเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง

นันทิยา วรเพชรายุทธ

แม้สถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยตามร้านค้าทั่วไปอาจยังดูไม่คึกคักเท่าที่ควร แต่หากพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจในแต่ละด้านที่ออกมาจะเห็นได้ว่า หลายประเทศผู้ส่งออกในเอเชียมีภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ขณะกำลังผ่านพ้นครึ่งแรกของปี 2017 และกำลังเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ซึ่งบ่งชี้ถึงกิจกรรมในภาคการผลิตของหลายประเทศในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ล้วนปรับตัวสูงขึ้นกันถ้วนหน้าตั้งแต่จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินเดีย และเวียดนาม โดยอยู่ที่ระดับเหนือ 50 จุดขึ้นไป ซึ่งเป็นเกณฑ์วัดว่าภาคการผลิตอยู่ในระดับเติบโตหรือถดถอย

ดัชนีพีเอ็มไอของเกาหลีใต้ ขยายตัวไปอยู่ที่ 50.1 จุด หรือสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค.ปีที่แล้ว และโตขึ้นมาจากเดือน พ.ค. ซึ่งอยู่ที่ 49.2 จุด สอดคล้องกับทิศทางในจีน ที่ดัชนี พีเอ็มไอโดยการสำรวจของภาคเอกชนอย่างไคซิน พบว่า ขยายตัวอยู่ที่ 50.4 จุด จาก 49.6 จุด ในเดือนก่อนหน้า

ส่วนในญี่ปุ่นนั้น ดัชนีพีเอ็มไออยู่ที่ 52.4 จุด หรือมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งแม้จะโตได้น้อยลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ก็ยังเป็นตัวเลขในแดนบวกที่เกิน 50 จุด มาต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีทิศทางบวกเพิ่มหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่น ภาคการผลิตในประเทศรายไตรมาส (ทันคัน) พบว่า ความเชื่อมั่นของบริษัทต่างๆ เพิ่มขึ้นมา 5 จุด จากไตรมาสแรก อยู่ที่บวก 17 หรือสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2014 ขณะที่ความเชื่อมั่นของบริษัทขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 3 จุด อยู่ที่บวก 23 หรือสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2015

ตัวเลขในภาคการผลิตที่ฟื้นตัว กันดีขึ้นถ้วนหน้าเหล่านี้ ได้รับแรง ขับเคลื่อนหลักๆ มาจากภาคการส่งออกที่ทยอยฟื้นตัวดีขึ้นมาตั้งแต่ไตรมาสแรก และเริ่มเห็นชัดมากขึ้นในไตรมาส 2 นี้ อาทิ ตัวเลขการส่งออกของญี่ปุ่นในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี ไปอยู่ที่ 14.9% แบบปีต่อปี หรือขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2015 นำโดยการ ส่งออกรถยนต์และเหล็ก

ขณะที่การส่งออกของไต้หวันในเดือน พ.ค.ก็ขยายตัวขึ้นดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ไปอยู่ที่ 9.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งโตได้ 7.4% โดยเป็นการส่งออกในกลุ่มสินค้าไฮเทคเป็นหลัก เช่น ไอโฟน บ่งชี้ถึงทิศทางการบริโภคสินค้าประเภทแกดเจ็ตทั่วโลกที่เริ่มมีดีมานด์กลับขึ้นมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังคงกังวลว่าแรงฟื้นตัวครั้งนี้จะยาวนานไปตลอดรอดฝั่งของครึ่งปีหลัง 2017 ได้หรือไม่ และส่วนใหญ่ให้ทิศทางคล้ายกันว่า เศรษฐกิจเอเชียมาถึงยุคขาขึ้นแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของอีกหลายภูมิภาคทั่วโลกทั้งในยุโรปและสหรัฐ เพียงแต่จะเป็นการขึ้นไปอย่างช้าๆ ไม่หวือหวา หรืออาจไม่ได้ดีขึ้นมาก แต่ก็จะไม่กลับไปแย่ลงอีก

ในภาพกว้างนั้น วิษณุ วรธาน หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจและกลยุทธ์ ฝ่ายบริหารเงินตรา ธนาคารมิซูโฮ ให้มุมมองกับรอยเตอร์สว่า ภาคการผลิตในหลายประเทศของเอเชียที่อยู่เหนือระดับ 50 จุดนั้น สะท้อนถึงการฟื้นตัวได้อย่างชัดเจน แต่ปัญหาก็คือ การยืนระยะให้ต่อเนื่อง เพราะการฟื้นตัวยังไม่ได้ครอบคลุมทุกภาคส่วน

เมื่อมองดูเป็นรายประเทศจะพบว่า หลายชาติต่างก็ยังมีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่อาจกระทบต่อโมเมนตัมในครึ่งปีหลังนี้ อาทิ จีน ซึ่งแม้รัฐบาลจีนจะต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวไม่ต่ำกว่าเป้าที่ประกาศไว้ 6.5% แต่จีนก็ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงและปัญหาต่างๆ ที่รัฐบาลต้องควบคุมอย่างใกล้ชิดเช่นกัน ทั้งการควบคุมหนี้ การผลิตส่วนเกิน และการรักษาเสถียรภาพในตลาดเงิน ซึ่งหากจีนเลือกที่จะเน้นคุมความเสี่ยงมากกว่าการเติบโต ก็อาจกระทบต่อเนื่องไปถึงประเทศคู่ค้าอื่นๆ ในภูมิภาคได้เช่นกัน

หยิน จาง และเฮเลน เฉียว นักเศรษฐศาสตร์จากเมอร์ริล ลินช์ ฮ่องกง มองว่า โมเมนตัมขาขึ้นตามวัฏจักรในจีนได้มาถึงจุดพีกแล้ว และจะค่อยๆ ชะลอตัวลง เนื่องจากทางการจีนจะเริ่มคุมเข้มในตลาดการเงินมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งนับว่าสะท้อนกับทิศทางที่จีนกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน จากการควบคุมเงินไหลออกอย่างเข้มงวด และนำไปสู่การจับตากระทั่งควบคุมตัวมหาเศรษฐีจีนที่ไล่ตะลุยซื้อสินทรัพย์ในต่างประเทศ

นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมันที่ไม่สามารถถีบตัวสูงขึ้นได้ แม้ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) จะพยายามลด กำลังการผลิตกันมาตั้งแต่ต้นปีนี้ และขยายออกไปจนถึงเดือน มี.ค. 2018 ก็ตาม โดยหากไม่สามารถ ผลักดันราคาได้ ก็จะส่งผลกระทบไป ยังการผลิตของประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เป็นหลักอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียได้

ส่วนในญี่ปุ่นนั้น ชูจิ โทโนอุจิ นักเศรษฐศาสตร์ด้านการตลาดอาวุโสจากบริษัทหลักทรัพย์มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ มอร์แกน สแตนลีย์ ซีเคียวริตีส์ ระบุว่า ภาคการส่งออกของญี่ปุ่นน่าจะยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวยาวต่อเนื่อง เพียงแต่ระดับของการเติบโตอาจชะลอตัวลงบ้าง เนื่องจากสินค้าคงคลังในต่างประเทศบางประเภท เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มเพิ่มขึ้นมากแล้ว

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นก็ยังมีปัญหาเฉพาะอีกด้านกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ค่อนข้างซบเซา สวนทางกับตัวเลขการส่งออก สะท้อนได้จากดัชนีเงินเฟ้อเดือน พ.ค. ที่ขยายตัวขึ้น 0.4% แต่เมื่อแยกออกมาดูส่วนการใช้จ่ายของผู้บริโภค พบว่า ยังคงติดลบ 0.1% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดเงินเฟ้อญี่ปุ่นไม่ให้ขึ้นไปแตะเป้าหมาย 2% ของ บีโอเจได้ง่ายๆ

ทาเคชิ มินามิ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันวิจัย โนรินชูคิน มองว่า ความเชื่อมั่นของภาคการผลิตที่ฟื้นตัวดีขึ้นในผลสำรวจทันคัน สอดคล้องไปกับภาวะเศรษฐกิจโลก แต่ในรายละเอียดเฉพาะด้านนั้นจะเห็นว่า การขยายตัวของค่าแรงยังต่ำอยู่ตามสภาพตลาดแรงงานที่ตึงตัว จึงไม่เอื้อให้ผู้บริโภคลุกขึ้นมาจับจ่ายใช้สอยอย่างแท้จริง

เศรษฐกิจเอเชียจึงมาจุดที่ฟื้นตัวแล้วอย่างแท้จริง เพียงแต่ยังเต็มไปด้วยตัวแปรและความเสี่ยงในช่วงครึ่งปีหลัง ที่อาจทำให้ระดับของการฟื้นตัวเป็นไปอย่างเชื่องช้า ไม่หวือหวา และอาจทำให้ประชาชนไม่รู้สึกถึงข่าวดีนี้ หากการฟื้นตัวนั้นกระจุกตัวอยู่ในเพียงบางอุตสาหกรรม และไม่ปรากฏออก มาผ่านสายตาประชาชนรายย่อยและ ผู้บริโภคอย่างแท้จริง n

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69