posttoday
ธปท.แจงคลัง เงินเฟ้อหลุดกรอบ

ธปท.แจงคลัง เงินเฟ้อหลุดกรอบ

30 มิถุนายน 2560

พรสวรรค์ นันทะธปท.ยอมรับเงินเฟ้อพลาดเป้าต่อเนื่องหลายปี เพราะเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า คาดเดือน มิ.ย.เงินเฟ้อติดลบต่อ เตรียมทำหนังสือชี้แจงอีกครั้งเดือน ก.ค.นี้

พรสวรรค์ นันทะ

ธปท.ยอมรับเงินเฟ้อพลาดเป้าต่อเนื่องหลายปี เพราะเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า คาดเดือน มิ.ย.เงินเฟ้อติดลบต่อ เตรียมทำหนังสือชี้แจงอีกครั้งเดือน ก.ค.นี้

ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สาเหตุที่เงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้มานานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถ้าไปดูในรายละเอียดจะพบว่ามีสาเหตุ มาจาก 2 ส่วน คือ กำลังซื้อในประเทศต่ำหรือไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าๆ และแม้ในช่วงหลังที่เศรษฐกิจฟื้นดีขึ้นเพราะตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมดี แต่ก็เป็นการฟื้นจากการส่งออกที่มาจากเศรษฐกิจภายนอกประเทศ ซึ่งสัดส่วนในตะกร้าเงินเฟ้อไม่ได้มาก

เงินเฟ้อทั่วไปจริงๆ มาจากด้านปริมาณสินค้า โดยในช่วง 2 ปีก่อนเงินเฟ้อต่ำก็เป็นผลมาจากเรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปีที่ ธปท.เปลี่ยนกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อจากการใช้เงินเฟ้อพื้นฐานมาเป็นเงินเฟ้อทั่วไป พอราคาน้ำมันปรับลงก็ทำให้เงินเฟ้อติดลบมาต่อเนื่อง มาปีนี้ราคาน้ำมันกลับมาเป็นทิศทางที่เป็นบวก แต่กลับมีประเด็นเรื่องราคาอาหารสดที่ผลผลิตออกมามาก ทำให้ไปกดราคาอาหารสดลง จากก่อนหน้านี้ที่มีภัยแล้งทำให้ราคาผลผลิตปรับลดลง ราคาอาหารสดก็ขึ้นทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นได้

"แต่ก็ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่เงินเฟ้อต่ำเป็นเพราะเศรษฐกิจโตช้า ซึ่งเงินเฟ้อมันต่ำสะท้อนกำลังซื้อในประเทศที่น้อย ซึ่งกำลังซื้อที่น้อยก็อาจเป็นอีกสาเหตุที่ยังทำให้การลงทุนของภาคเอกชนขยายตัวน้อยด้วย แต่เงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าจริงๆ มันมาจากราคาน้ำมันเป็นสำคัญ ซึ่งเงินเฟ้อทั่วไปเดือน พ.ค.ติดลบที่ 0.04% คาดว่าในเดือน มิ.ย.ก็น่าจะยังลดลงอีก ซึ่ง ธปท.ยังรอข้อมูลเงินเฟ้อที่เป็นทางการของกระทรวงพาณิชย์ในเดือน มิ.ย.ปีนี้ ซึ่งจะประกาศในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ก่อนจะจัดทำหนังสือชี้แจง รายงานให้กระทรวงการคลังรับทราบถึงสาเหตุที่เงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าต่อไป ที่ปกติต้องรายงานปีละ 2 ครั้ง" ดอน กล่าว

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ธปท.กำหนดเป้าหมายของนโยบายการเงินโดยใช้เงินเฟ้อทั่วไปเป็นเป้าหมายที่ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือ 1-4% แต่เงินเฟ้อทั่วไปปี 2558 พลาดกรอบเป้าหมายเพราะทั้งปีติดลบที่ 0.9% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ต่อมาในปี 2559 ก็ออกนอกกรอบเป้าหมายอีก โดยทั้งปีอยู่ที่ 0.2% และตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน พ.ค.ของปีนี้ก็ยังต่ำกว่าเป้าหมายอีกเฉลี่ยอยู่ที่ 0.8% ต่ำกรอบล่างที่ 1% มาตลอด

ด้าน เชาว์ เก่งชน กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ส่วนหนึ่งที่เงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมายคงเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยย่อลงเรื่อยๆ เพราะหลายปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) โตเฉลี่ยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่ 3% กว่าๆ จากเศรษฐกิจที่โตช้า จากเดิมที่โตเฉลี่ย 4-5% ประกอบกับมีปัจจัยพิเศษด้านราคาพลังงานย่อลง ทำให้เดือน พ.ค.ปีนี้เงินเฟ้อติดลบ 0.04% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0% จากราคาพลังงานที่เป็นตัวถ่วง ซึ่งราคาพลังงานที่เข้ามาทำให้เงินเฟ้อแกว่งตาม กดดันเงินเฟ้อทั่วไปให้ต่ำ และเงินเฟ้อพื้นฐานที่หักราคาพลังงานออกแล้วก็ต่ำเช่นกันอยู่ที่ 0.46% เพราะมีผลจากภาวะเศรษฐกิจด้วย

แต่ในการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท.จะดูเงินเฟ้ออย่างเดียว เป็นหลักไม่ได้ ต้องดูประเด็นอื่นๆ อาทิ ค่าเงินบาท เสถียรภาพระบบการเงินในประเทศ ภาระหนี้ครัวเรือน การ ก่อหนี้ การเก็งกำไรในสินทรัพย์ บางตัว ที่ในช่วงดอกเบี้ยต่ำก็มีการแสวงหาผลตอบแทนที่สูง เป็นต้น ประกอบด้วย

"ถึงเงินเฟ้อต่ำก็ไม่ได้หมายความว่า ธปท.จะผ่อนคลายนโยบายดอกเบี้ยได้ เพราะโจทย์เศรษฐกิจไทยค่อนข้างเยอะ ทำให้ ธปท.พยายามชั่งน้ำหนักความพอดีอยู่ ซึ่งเชื่อว่าถึงเศรษฐกิจจะฟื้นตัวช้าและเงินเฟ้อต่ำ แต่ ธปท.ก็น่าจะยืนนโยบายดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 5 ก.ค.นี้ไว้ที่ 1.5% ต่อไป" เชาว์ กล่าว

เชาว์ กล่าวว่า เงินเฟ้อต่ำติดลบยังไม่ใช่ประเด็นน่าห่วงว่าจะเป็นเงินฝืด เพราะการดูว่าเป็นเงินฝืดต้องดูตั้งแต่เงินเฟ้อที่ต่ำลงต่อเนื่องและดูว่าพฤติกรรมของคนไทยกอดเงินไว้ ไม่ยอมใช้จ่ายหรือไม่ประกอบด้วย ซึ่งถ้าดูคนไทยเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่คนไทยเรามีเงินไม่พอใช้จ่ายมากกว่า ถึงการบริโภคไม่คึกคัก ก็ไม่ได้เป็นเพราะเรากอดเงินไว้ พฤติกรรมคนไทยต่าง จากคนญี่ปุ่น ที่เขามีประชากรสูงวัย มีเงินแต่ต้องกอดเงินออมเอาไว้ใช้จ่ายอย่างจำกัด เพื่อให้พอใช้ตลอดอายุที่เหลือทำให้เขาใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมาก ประหยัดทุกอย่าง ทำให้กดดันเงินเฟ้อญี่ปุ่นให้ต่ำยืดเยื้อยาวนานเป็นเงินฝืด

แตกต่างจากไทยที่บางช่วงใช้จ่ายน้อยก็จริง แต่ไม่ใช่ไม่ใช้จ่าย เพราะ เมื่อแยกดูจะพบว่ากลุ่มคนรายได้ระดับบนยังใช้จ่ายดีต่อเนื่อง เห็นได้จากยอดซื้อรถยนต์ยังขายดีตลอด 4-5 เดือนนี้ และยังมีการนำเงินไปลงทุนต่อเนื่อง กลุ่มนี้จึงไม่น่าห่วง แต่กลุ่มคนที่ตึง ใช้จ่ายได้น้อยเป็นกลุ่มรายได้ระดับ กลางลงมาล่าง เพราะเงินออมก็น้อยมากๆ แถมหนี้เดิมก็สูงหนี้ลดได้น้อย สังเกตจากยามฉุกเฉิน เช่น คนในครอบครัวป่วยก็ต้องกู้อย่างเดียว ทั้งที่มีหนี้มากอยู่แล้ว ทำให้ภาระหนี้ที่มากไปเบียดรายได้ให้เหลือใช้จ่ายได้น้อยลง

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69