
ต่างชาติยังลงทุนไทย
บีโอไอเปิดผลสำรวจความเชื่อมั่นต่างชาติ 35% เดินหน้าลงทุนไทยต่อเนื่อง จุดแข็งซัพพลายเออร์โครงสร้างพื้นฐาน สิทธิประโยชน์
บีโอไอเปิดผลสำรวจความเชื่อมั่นต่างชาติ 35% เดินหน้าลงทุนไทยต่อเนื่อง จุดแข็งซัพพลายเออร์โครงสร้างพื้นฐาน สิทธิประโยชน์
น.ส.บงกช อนุโรจน์ ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้ทำการสำรวจความเชื่อมั่นของ นักลงทุนต่างชาติในประเทศไทย ประจำปี 2560 ผลปรากฏว่าจากจำนวน 600 บริษัท ส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย โดย 35.7% มีแผนที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่าปี 2559 และ 2558 ที่มีสัดส่วนนักลงทุนที่ต้องการขยายการลงทุนอยู่ที่ 32.5% และ 25.2% ตามลำดับ ขณะเดียวกัน นักลงทุนอีก 62.5% จะเดินหน้าลงทุนในไทยตามแผนเดิม ส่วนนักลงทุนที่มีแผนปรับการลงทุนตามสภาวะธุรกิจมีอยู่ 1.5%
สำหรับปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนวางแผนจะขยายการลงทุน รวมทั้งยังคงเดินหน้าลงทุน 3 ลำดับแรก คือ การมีผู้จัดหาสินค้า (ซัพพลายเออร์) ที่เพียงพอ 50.9% การมีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ 50.6% และมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่จูงใจให้เกิดการลงทุนในประเทศไทย 49.2%
"ปัจจัยด้านอุตสาหกรรมสนับสนุนที่เพียงพอ ถือเป็นจุดแข็งของไทย ขณะที่ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งผลักดันโครงการลงทุนขั้นพื้นฐานของรัฐบาล และปัจจัยด้านสิทธิประโยชน์ ทางภาษีจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆ ของบีโอไอ" น.ส.บงกช กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้สอบถามถึงความพึงพอใจต่อบริการของบีโอไอ พบว่า นักลงทุนส่วนใหญ่พึงพอใจต่อบริการที่ได้รับจากศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน และบริการจากศูนย์ประสานการบริการด้านการลงทุน (โอเอสโอเอส) มากที่สุด ขณะที่สิ่งที่นักลงทุนต้องการให้รัฐบาลเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุนให้ดีขึ้น ได้แก่ ควรยกเลิก ใบอนุญาตหรือกระบวนการต่างๆ ที่ไม่จำเป็น ปรับปรุงระบบการศึกษาและการฝึกอบรมให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจที่มาจากการสัมภาษณ์เชิงลึกรายบริษัทจากจำนวน 25 บริษัท พบว่า นักลงทุนต่างชาติ ในไทยเห็นด้วยกับนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจของภาครัฐ และคาดหวังนโยบายและมาตรการต่างๆ จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนต่างชาติยังเห็นว่ารัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐสามารถให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการนำระบบบริการออนไลน์มาใช้ และบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (วันสต็อปเซอร์วิส) ทำให้นักลงทุนได้รับความสะดวกสบายและลดต้นทุนในด้านเวลาและการเดินทาง







