
กสิกรเข้มโอนเงินอินเทอร์เน็ตแบงกิง
ผวาแฮกเกอร์ป่วนล้วงข้อมูล สั่งยกเลิกคลิกบัญชีบุคคลที่3
โพสต์ทูเดย์
— กสิกรหวั่นโอนเงินให้บุคคลที่ 3 แบบไร้รหัสผ่านถูกโจรกรรมข้อมูล เตรียมปรับรูปแบบใหม่นายอาจ วิเชียรเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ยกเลิกระบบการโอนเงินให้บุคคลที่ 3 ได้ทันทีผ่านอินเทอร์เน็ตแบงกิง เนื่องจากลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจ หลังเกิดปัญหาลักลอบล้วงข้อมูลทางการเงินของลูกค้า หรือแฮกเกอร์อินเทอร์เน็ตแบงกิง
การโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตแบงกิงให้บุคคลที่ 3 จึงเหลือเพียงรูปแบบการโอนเงินที่ต้องยืนยันรหัสผ่านที่ส่งมาจากเอสเอ็มเอสทางโทรศัพท์มือถือเท่านั้น หลังจากที่ทางธนาคารเคยเปิดให้ลูกค้าโอนโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่านที่ทางธนาคารส่งเอสเอ็มเอสกลับมาให้อีกต่อไป
นายอาจ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดปัญหาลูกค้าขอยกเลิกการใช้อินเทอร์เน็ตแบงกิงไม่เกิน 100 ราย จากปัจจุบันมีผู้สมัครใช้อินเทอร์เน็ตแบงกิง 9 แสนราย คาดว่าปลายปีนี้จะเพิ่มเป็น 1 ล้านราย จากการขยายช่องทางการสมัครได้มากขึ้น ทำให้ปัจจุบันธนาคารมีส่วนแบ่งการตลาดอินเทอร์เน็ตแบงกิงอยู่ในอันดับ 1
อย่างไรก็ดี ธนาคารอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบการใช้รหัสผ่านครั้งเดียว เพื่อให้ได้มาตรฐานมากขึ้นเหมือนในหลายประเทศที่ใช้ เช่น ระบบแจ้งการโอนเงินผ่านเสียงอัตโนมัติแทนการส่งเอสเอ็มเอส ซึ่งจะทำให้ระบบมีความซับซ้อนกว่าเดิม
นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าของธนาคารให้ความสนใจใช้บริการทางการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น คิดเป็นสัดส่วน 84% ของธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด โดยเฉพาะการใช้บริการผ่านเครื่องเอทีเอ็มเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด
ธนาคารจึงได้พัฒนาบริการ KMy ATM เพื่อให้เครื่องเอทีเอ็มของธนาคารมีความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น โดยระบบจะสามารถแสดงผลหน้าจอเฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละราย ให้สามารถเลือกรูปแบบพื้นหลังของหน้าจอ (Themed Back ground) ให้สอดคล้องกับสไตล์ที่ชื่นชอบของแต่ละคนได้ โดยมีให้เลือก 6 แบบ ได้แก่ กีฬา ดอกไม้ ห้องภาพศิลปิน ธรรมชาติ ภาพกราฟฟิก และปฏิทินสีเขียว เพื่อขยายฐานลูกค้ารุ่นใหม่ คนวัยเริ่มต้นทำงานอายุไม่เกิน 40 ปี
ขณะเดียวกันในช่วงปลายปีนี้ ธนาคารจะเพิ่มความสามารถใหม่บนเครื่องเอทีเอ็ม คือ ระบบจดจำบริการที่ใช้บ่อย (Save Favorites) โดยเมื่อลูกค้าทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็มเป็นประจำ เครื่องเอทีเอ็มจดจำรายละเอียดธุรกรรมที่ทำบ่อยได้ เช่น หมายเลขบัญชีผู้รับที่ใช้โอนเงินเป็นประจำ รายละเอียดการจ่ายบิลที่ทำเป็นประจำ รวมทั้งบันทึกยอดการถอนเงินที่ใช้บ่อย เช่น 400 บาท และ 900 บาท ซึ่งสามารถเรียกกลับมาใช้ใหม่ได้ ลดขั้นตอนการสั่งงานซ้ำ
ปัจจุบันธนาคารมีเครื่องเอทีเอ็มประมาณ 7,500 เครื่อง มีผู้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็มประมาณ 50 ล้านรายการต่อเดือน และมีผู้ถือบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตกว่า 6.5 ล้านใบ







