posttoday
แนวคิด ‘Network Monarchy’

แนวคิด ‘Network Monarchy’

28 มิถุนายน 2560

ศุภมิตร ปิติพัฒน์งานวิจัยที่กำลังทำเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทำให้มีโอกาสทบทวนงานวิชาการที่เสนอการวิเคราะห์บทบาทด้านต่างๆ ของสถาบันพระมหากษัตริย์ในสังคมการเมืองไทย ขอนำข้อสังเกตเรื่องหนึ่งที่พบจากการทบทวนวรรณกรรมมาเสนอเป็นบทความเดือนนี้นั่นคือ ควรมีการพัฒนากรอบแนวคิดที่ใช้ทำความเข้าใจบทบาทและความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ละเอียดขึ้นกว่าที่มีอยู่ เพื่อให้ได้เครื่องมือวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ศุภมิตร ปิติพัฒน์

งานวิจัยที่กำลังทำเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทำให้มีโอกาสทบทวนงานวิชาการที่เสนอการวิเคราะห์บทบาทด้านต่างๆ ของสถาบันพระมหากษัตริย์ในสังคมการเมืองไทย ขอนำข้อสังเกตเรื่องหนึ่งที่พบจากการทบทวนวรรณกรรมมาเสนอเป็นบทความเดือนนี้นั่นคือ ควรมีการพัฒนากรอบแนวคิดที่ใช้ทำความเข้าใจบทบาทและความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ละเอียดขึ้นกว่าที่มีอยู่ เพื่อให้ได้เครื่องมือวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขอใช้แนวคิด Network Monarchy เป็นตัวอย่างประกอบข้อสังเกตดังกล่าว

กรอบแนวคิดที่ถูกเสนอเข้ามาเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับการเมืองไทย และเป็นที่รู้จักกันดี แนวคิดหนึ่ง ได้แก่ Network Monarchy ของดันแคน เเมคคาร์โก (2005) เขาเสนอให้มองเครือข่ายสถาบันพระมหากษัตริย์ในลักษณะของบุคคลที่ทำงานแทน หรือทำงานให้แก่สถาบันโดยตรง (Proxies)

แนวคิดของแมคคาร์โกแม้จะมีศักยภาพในระดับหนึ่งที่เปิดประเด็นพิจารณาใหม่ๆ ที่น่าสนใจในการทำความเข้าใจการเมืองไทย แต่ตัวแนวคิดเองกลับไม่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างเพียงพอ และเพราะเหตุนั้น จึงทำให้ผู้ที่นำแนวคิดนี้มาใช้ ยังไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพจากตัวแนวคิดหลักได้มากเท่าที่ควร ทั้งในการตั้งประเด็นและการวางแนววิเคราะห์ในเรื่องที่ต้องการศึกษา

แน่นอนว่าแนวคิดใดเพียงหนึ่งเดียวโดยลำพังไม่พอที่จะรองรับการวิเคราะห์เรื่องที่มีความละเอียดอ่อน มีพลวัต และจับศึกษาได้ยากเพราะข้อจำกัดหลายด้านอย่างสถาบันพระมหากษัตริย์ในการเมืองไทยสมัยใหม่ และการทำความเข้าใจสถาบันพระมหากษัตริย์ในการเมืองไทยก็ต้องการแนวคิดมากกว่า Network Monarchy แต่การสร้างความรู้เพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่มีความซับซ้อนเช่นนี้ก็จะไปได้ไม่ไกลเช่นกัน ถ้าแนวคิดหนึ่งๆ ที่มีศักยภาพจะเป็นกรอบการวิเคราะห์ถูกปล่อยไว้ที่จุดตั้งต้น แล้วไม่มีใครนำตัวแนวคิดนั้นมาปรับปรุงให้เต็มศักยภาพของมัน เพื่อจะนำไปใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์

เมื่อเขาหรือใครก็ตามเห็นว่าควรพิจารณาการจัดโครงสร้างความสัมพันธ์ หรือการทำงานของสถาบันทางการเมือง อย่างสถาบันพระมหากษัตริย์ (หรือพิจารณาตัวแสดงหรือกลุ่มเคลื่อนไหวผลักดันใดๆ) ในลักษณะที่เป็นเครือข่ายก็ควรที่จะอาศัยความมั่งคั่งที่มีอยู่ในแนวคิดนี้พัฒนากรอบการวิเคราะห์ที่จะใช้ออกมาให้ชัดเสียก่อนว่า เครือข่ายให้แนววิเคราะห์อะไรได้บ้าง ที่จะช่วยเราตั้งประเด็นและมองเห็นอะไรใหม่ๆ ที่ลุ่มลึกขึ้น รวมทั้งเห็นสิ่งที่อาจเป็นไปต่างๆ ที่แม้จะยังไม่ได้เกิดขึ้น แต่ก็มีทางเป็นไปได้ผ่านโครงสร้างแบบเครือข่าย หรือผ่านตัวผู้กระทำการในเครือข่าย ที่จะนำมาใช้ทำความเข้าใจบทบาทและการทำงานของสถาบันพระมหากษัตริย์ (หรือของกลุ่มองค์กรใดๆ ก็ตามที่จัดโครงสร้างหรือทำงานเป็นเครือข่าย) อย่างแตกต่างออกไปจากการมองตามกรอบเดิมๆ และช่วยให้เราอธิบายพลวัต หรือผลลัพธ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นได้ดีกว่าเดิม

การพัฒนาแนวคิด Network Monarchy ขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์จะได้ประโยชน์อย่างมาก ถ้านำความรู้เกี่ยวกับเครือข่ายจากสาขาวิชาเหล่านี้เข้ามาประกอบ เนื้อที่บทความที่เหลืออยู่ ทำได้เพียงแสดงตัวอย่างให้เห็นได้เล็กน้อยว่า เมื่อนำแนวคิดบางเรื่องเกี่ยวกับเครือข่ายจากสาขาที่ตัวคนเขียนสังกัดอยู่คือ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (IR) มาประกอบแล้วจะช่วยขยายประเด็นและกรอบการวิเคราะห์ของ Network Monarchy ออกไปได้อีกอย่างไร

ประการแรก IR ให้ความสนใจเครือข่ายหลายรูปแบบที่มีระบบทำงานแตกต่างกัน เช่น Hub and Spokes ที่จุดต่างๆ ในเครือข่ายเชื่อมโยงเข้าหาศูนย์กลางบังคับบัญชาจากจุดเดียว ต่างจากข่ายใยความสัมพันธ์หลวมๆ แบบ Weak Ties ซึ่งเชื่อมโยงจุดต่างๆ ในเครือข่าย ที่ปกติแยกกันอยู่ แยกกันดำเนินการอย่างเป็นอิสระจากกัน แต่จากจุดใดจุดหนึ่งในเครือข่ายสามารถเรียกจุดอื่นๆ ให้มาร่วมกันทำภารกิจบางอย่างในยามที่ต้องการพลังสนับสนุนได้ หรือจากจุดหนึ่งในเครือข่ายสามารถอาศัยการเชื่อมโยงแบบ Weak Ties ที่มีกับจุดอื่นๆ ขยายกระจายผลกระทบ หรือเพิ่ม Economies of Scale, Economies of Scope หรือ Economies of Attention ในภารกิจที่ทำได้

เครือข่ายสถาบันพระมหากษัตริย์ในงานของแมคคาร์โกอาจจัดเข้าในแบบ Hub and Spokes แต่ส่วนที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นและควรมีคนศึกษาให้มากขึ้น คือความสัมพันธ์และผลที่เกิดขึ้นในเครือข่ายแบบ Weak Ties งานวิชาการเกี่ยวกับเครือข่ายของ IR กลุ่มหนึ่งจะเน้นความสำคัญของความคิด เช่น อุดมการณ์และทรัพยากรบางอย่างในการสร้าง Weak Ties ที่ตัดข้ามกลุ่มและระดับชั้นต่างๆ ในสังคม และการจะเข้าใจเครือข่ายแบบนี้ จึงต้องเข้าใจว่าอุดมการณ์หรือทรัพยากรแบบไหน และภายใต้เงื่อนไขอย่างไรที่สร้าง Weak Ties เชื่อมโยงผู้คนต่างกลุ่มขึ้นมาและรักษาความสัมพันธ์แบบนั้นไว้ได้

อีกประเด็นสั้นๆ คือ เรื่องอำนาจงาน IR มีทั้งเรื่องพลังของเครือข่ายอำนาจต่อรองที่ได้มาจากการมีเครือข่ายหรืออยู่ในเครือข่ายจำนวนมาก และอำนาจที่ตัว ผู้กระทำการจะมีอิทธิพลในความสัมพันธ์แบบเครือข่ายอย่างได้ผล แบบหลังนี้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการมีอิทธิพลอยู่ว่า อำนาจแบบที่เป็นกำลังบังคับก็ดี อำนาจแบบ คำสั่งบังคับบัญชา หรืออำนาจตามกฎหมายก็ดี ไม่สู้จะเป็นอำนาจที่สร้างอิทธิพลในความสัมพันธ์แบบเครือข่ายได้มากนัก ดังนั้น ถ้าใช้ Network Monarchy เป็นแนวพิจารณาพลังในเครือข่ายของสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ควรให้ความสำคัญต่ออำนาจแบบอื่นนอกเหนือจากพระบรมเดชานุภาพ หรือพระราชอำนาจตามกฎหมาย

ดังนักคิดชาวฝรั่งเศสผู้เรืองนามเสนอว่า :

"ถ้าอำนาจไม่ใช่อย่างอื่นเลยนอกจากปิดกั้นปราบปราม ถ้ามันไม่ทำอะไรเลยนอกจากสั่งว่าไม่ให้ทำ คุณคิดจริงๆ หรือว่าอำนาจแบบนั้นจะทำให้ใครยอมเชื่อฟังได้ สิ่งที่ทำให้อำนาจยังคงใช้ได้และเป็นที่ยอมรับมาจากความจริงที่ว่า มันไม่ได้ถ่วงน้ำหนักใส่เราในรูปของกำลังที่มาสั่งว่าไม่ให้ทำ แต่มันมาช่วยทำให้สิ่งต่างๆ เกิดการเคลื่อนขยายหรือมีการผลิตขึ้นมา มันชักนำให้เกิดความพึงใจ สร้างสรรค์ความรู้ ผลิตวาทกรรม ให้พิจารณาว่าอำนาจแบบนี้มีลักษณะเป็นเครือข่ายผลิตภาพ (Productive Network) ที่แผ่กระจายไปทั่วองคาพยพของสังคมทุกส่วน มากกว่าจะเป็นตัวอย่างเชิงลบของอำนาจปิดกั้นปราบปราม" n

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69