
ลัษมณ อรรถาพิช
นเส้นทางการทำงานเกี่ยวกับการวิจัยเศรษฐกิจมหภาคมาโดยตลอด ของ ดร.ลัษมณ อรรถาพิช หรือ "ดร.จิ๊บ" เศรษฐกรอาวุโสประจำสำนักงานผู้แทนประจำประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) มาบอกถึงเคล็ดลับส่วนตัวการเก็บเงินที่ใครๆ ก็ทำได้ เป็นเรื่องง่ายๆ
นเส้นทางการทำงานเกี่ยวกับการวิจัยเศรษฐกิจมหภาคมาโดยตลอด ของ ดร.ลัษมณ อรรถาพิช หรือ "ดร.จิ๊บ" เศรษฐกรอาวุโสประจำสำนักงานผู้แทนประจำประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) มาบอกถึงเคล็ดลับส่วนตัวการเก็บเงินที่ใครๆ ก็ทำได้ เป็นเรื่องง่ายๆ
ดร.จิ๊บ เล่าว่า ปัจจุบันมีตัวช่วยการเก็บเงินมากมาย ผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ เช่น บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน เราสามารถให้แบงก์ตัดจากบัญชีเงินเดือนเข้าบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี ไม่ต้องยุ่งยาก เงินเดือนเข้าก็ตัดจ่ายเข้าฝากบัญชีออมแต่บัญชีไปเลย หรือจะเป็นการโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือก็สะดวกไม่จำเป็นและยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อนที่จะต้องไปต่อคิวทำธุรกรรมที่สาขา
ส่วนตัวแล้ว "จิ๊บ" มีบัญชีเงินฝากเพื่อค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ซึ่งจะให้ตัดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์บ้าน ฯลฯ ซึ่งแต่และเดือนจะโอนเงินอีกบัญชีหนึ่งฝากในบัญชีค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในบ้านนี้ ใส่เงินในบัญชีเกินๆ ไว้บ้าง เก็บไว้ทุกเดือนเลย ซึ่งแต่ละเดือนก็ใช้จ่ายภายในบ้านอาจจะไม่เกินเงินที่เราตัดใส่ในบัญชี ก็ถือว่าเป็นบัญชีเงินออมอีกก้อนหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นจิตวิทยาการออม ที่ไม่ต้องคิดมากว่าเป็นเงินออม แต่เป็นเงินเหลือใช้จากการใช้จ่ายประจำเดือนอยู่แล้ว พอมาดูตัวเลขในบัญชีที่เหลือแต่ละปีก็ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน
อีกวิธีหนึ่ง ดร.จิิ๊บว่า เป็นเงินออมลูกกตัญญู หลายคนที่เป็นลูก เมื่อทำงานได้แล้ว จะต้องแบ่งเงินเดือนให้เงินพ่อแม่ไว้จ่ายบ้าง ซึ่ง ดร.จิ๊บ ก็ทำหน้าที่ลูกที่ดีให้เงินพ่อแม่ แต่แอบยิ้มว่า เงินนี้ก็ถือว่าเป็นเงินออมนะ เพราะในที่สุดพ่อแม่ก็มักจะคืนเงินก้อนนี้ให้ แต่เราก็ไม่ได้หวังว่าให้เงินพ่อแม่แล้วจะได้เงินคืน
ดร.จิ๊บ บอกว่า เป็นธรรมดาของผู้หญิงจะต้องช็อปปิ้งของสวยๆ งามๆ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง เครื่องประดับ แต่ต้องฉลาดซื้อ และต้องคอยสังเกต ต้องรู้จักรอเวลาให้ลดราคา ถึงจะซื้อ หูตาไว ดูที่ไหนมีโปรโมชั่นบ้าง ซึ่งของบางชิ้นที่เราหมายตาไว้ ยอมที่จะซื้อช้าหน่อยก็ได้ลดอย่างน้อย 20-50% ก็มี นี่ก็ถือว่าเป็นเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกช็อปปิ้ง
บัตรเครดิตที่แทบจะทุกคนจะต้องมีใช้กันนั้น ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือการจับจ่ายใช้สอยที่มีประโยชน์ เพราะบัตรเครดิตแต่ละใบมีโปรโมชั่นและส่วนลดที่แตกต่างกัน และบางบัตรก็มีการให้เงินคืนด้วย และการสะสมแต้ม เช่น บัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นเติมน้ำมันได้ส่วนลด หรือบัตรเครดิตมีร่วมกับห้างสรรพสินค้าที่มีส่วนลดการซื้อของใช้ในบ้าน หรือบัตรที่เครดิตที่ได้ส่วนลดร้านอาหารที่เราเข้าประจำ ก็ต้องรู้จักเลือกใช้เหมือนกัน
ที่สำคัญที่สุดเมื่อใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าแล้วต้องชำระหนี้ให้ตรงตามกำหนด และต้องจ่ายเต็ม 100% ไม่เช่นนั้นทำให้เราเสียดอกเบี้ยและค่าปรับก็จะกลายเป็นไม่คุ้มค่ากัน
เดี๋ยวนี้ผู้ประกอบการบัตรเครดิตมีหลากหลายบริการ ซึ่งบัตรเครดิตบางแห่งก็จะทำสรุปรายการที่เราใช้จ่ายหรือรูดซื้อของให้ ทำให้เหมือนมีบันทึกการใช้จ่ายประจำเดือนเก็บไว้ด้วย
แต่ก็ไม่จำเป็นที่เราจะต้องมีบัครเครดิตทุกธนาคาร หรือหลายใบ เลือกเอาบัตรเครดิตที่เราใช้ประจำและตรงกับไลฟ์สไตล์เราที่สุด มีบัตรเครดิตแค่ 2-3 ใบก็พอแล้ว
เรื่องลงทุนก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่เป็นการออมแบบลงทุน ก็เลือกการออมผ่านกองทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซึ่งหากมองสั้นๆ ก็คือได้สิทธิประโยชน์สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของารลงทุนกองทุน RMF ก็ชัดเจนตามชื่อ คือการลงทุนหรือออมในกองทุนนี้ไว้เพื่อเป็นเงินเก็บไว้ใในยามเกษียณอายุ
จริงๆ แล้วการออมเงินผ่านกองทุนของมนุษย์เงินเดือน ไม่ว่าจะเป็นกองทุน RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัท และกองทุนชราภาพของกองทุนประกันสังคม ก็คงยังไม่พอใช้ในยามเกษียณอายุ เราจะต้องมองถึงอนาคตด้วยว่า ในยามที่เราเกษียณแล้ว "ค่าเงิน" ตอนนั้นจะต้องลดลง และเงินที่เราสะสมไว้จะเพียงพอไหม
ปัจจุบันก็มีตัวช่วยในการคำนวณอยู่แล้วว่าความพอเพียงการใช้เงินในยามเกษียณ ซึ่งการใช้เงิน ในยามเกษียณของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ซึ่งตาม หลักสากลถ้าในวัยเกษียณเรามีรายได้หรือเงิน 40-60% ของรายได้ประจำในช่วงทำงาน ก็อยู่ได้ไม่ลำบากแล้ว
ดร.จิ๊บ บอกว่า คนเราทำงานระดับหนึ่งควรจะต้องมีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเองสักหลังหนึ่ง นอกจากจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว เชื่อได้ว่ามูลค่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์จะมีราคาขึ้นเรื่อยๆ และถ้าใครมีกำลังมากหน่อยการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ก็น่าสนใจ
ส่วนการลงทุนหุ้นนั้น ดร.จิ๊บ บอกว่า ต้องใช้เวลาศึกษา ติดตามหุ้น ดังนั้นสำหรับคนทำงานแล้ว ไม่ค่อยมีเวลา แต่ถ้าสนใจจะเลือกลงทุนหุ้น ก็สามารถที่จะลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นจะดีกว่า เพราะกองทุนหุ้นพวกนี้จะมีมืออาชีพผู้ที่มีความรู้บริหารอยู่แล้ว
การออมการบริหารเงินของ ดร.จิ๊บ นั้นไม่ได้มีสูตรการออมการลงทุนแบบตายตัวว่าจะลงทุนเท่าไร เพราะส่วนหนึ่งก็จะต้องแบ่งเงินการศึกษาของลูกชายด้วย
ถามถึงชีวิตหลักเกษียณ ดร.จิ๊บ บอกว่า ทุกวันนี้ยังสนุกกับงานอยู่ ถ้าอายุ 60 ปี มีแรงอยู่ก็ยังคงทำงาน เดี๋ยวนี้คนสูงวัยหลายคนที่เกษียณแล้วยังทำงานอยู่
นี่ก็เป็นหลักการออมเงินและการบริหารเงินง่ายๆ แบบสไตล์ "ดร.จิ๊บ"







