posttoday
อินเดียเร่งปฏิรูปภาษี          ปลดล็อกเศรษฐกิจ

อินเดียเร่งปฏิรูปภาษี ปลดล็อกเศรษฐกิจ

25 มิถุนายน 2560

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์ ินเดียกำลังเตรียมจะใช้ระบบภาษีสินค้าและบริการใหม่ ในวันที่ 1 ก.ค.ที่จะถึงนี้ หลังพยายามยกเครื่องมาอย่างยาวนานถึง 11 ปี โดยการปกครองในระบบสาธารณรัฐที่แบ่งออกเป็นรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น ทำให้ระบบภาษีสำหรับสินค้าและบริการเดิมเต็มไปด้วยความ "ซ้ำซ้อน" ที่ต้องเสียภาษีให้กับทั้งรัฐบาลกลางและท้องถิ่น

ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

ินเดียกำลังเตรียมจะใช้ระบบภาษีสินค้าและบริการใหม่ ในวันที่ 1 ก.ค.ที่จะถึงนี้ หลังพยายามยกเครื่องมาอย่างยาวนานถึง 11 ปี โดยการปกครองในระบบสาธารณรัฐที่แบ่งออกเป็นรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น ทำให้ระบบภาษีสำหรับสินค้าและบริการเดิมเต็มไปด้วยความ "ซ้ำซ้อน" ที่ต้องเสียภาษีให้กับทั้งรัฐบาลกลางและท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม อินเดียเตรียมนำเสนอระบบภาษีเดียวอย่างการคิดภาษีสินค้าและบริการ "จีเอสที" ซึ่งลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจของอินเดียได้อย่างมหาศาล

การผลิตในอินเดียส่วนใหญ่ไม่ได้จบลงภายในรัฐเดียว ทำให้ผู้ผลิตอินเดียต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาลกลางแล้วหนึ่งต่อในฐานภาษีอากร ก่อนจะต้องเสียภาษีขายให้กับรัฐบาลท้องถิ่นต่อไป หากเป็นการขายสินค้าให้กับอีก ผู้ผลิตในอีกรัฐหนึ่ง และเมื่อผู้ผลิตที่สองที่รับสินค้าไปผลิตในขั้นตอนสุดท้ายและขายให้กับตัวแทนจำหน่ายจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) อีกหนึ่งต่อ ก่อนจะถึงมือผู้บริโภคที่ต้องเสียแวตเพิ่มอีกที

หากขั้นตอนเพิ่มขึ้นและมีจำนวนหลายรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็จะยิ่งทำให้การเก็บภาษีซ้ำซ้อนเป็นทอดๆ โดย ไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้มากนัก ซึ่งภาษีสามตัวในข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาษีทั้งหมดในอินเดียที่มีมากกว่า 10 ชนิด และมีการจัดเก็บในอัตราที่แตกต่างกัน

รายงานของบลูมเบิร์ก ระบุว่า การต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาลท้องถิ่นในแต่ละรัฐทำให้ในทุกวันรถบรรทุกสินค้ามากกว่า 2 หมื่นคัน ต้องต่อคิวกันยาวราว 3 กิโลเมตร เพื่อรอตรวจภาษีและจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าไปยังกรุงนิวเดลี จนทำให้ต้นทุนในการขนส่งสินค้าเพิ่มสูงขึ้น และทำให้สินค้าบางอย่าง เสียหาย เช่น อาหารที่รอจนเน่า

จากผลการศึกษาของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ซึ่งเปิดเผยในเดือน ต.ค. 2014 พบว่า เวลาในการขนส่งทั้งหมดราว 60% เสียไปกับการจัดการภาษีที่แตกต่างกันในแต่ละรัฐก่อนจะสามารถเข้าสู่รัฐนั้นๆ ได้ โดยระยะเวลาในการขนส่งที่ต้องสูญเสียไป และการ ไม่สามารถคาดการณ์เวลาที่ใช้ใน การขนส่งได้ ส่งผลให้ต้นทุนในการขนส่งของอินเดียเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 2-3 เท่า

อย่างไรก็ตาม ในระบบภาษี จีเอสที ใหม่ที่อินเดียจะเริ่มต้นใช้ในเดือนหน้านี้ จะแตกต่างกับระบบเดิม โดยจะเก็บภาษีในการเข้าสู่แต่ละรัฐและภาษีขายในอัตราเดียวกันที่ 5% 12% 18% และ 28% แล้วแต่ชนิดสินค้าที่มีมากกว่า 1,200 รายการ และบริการอีก 500 รายการ

นอกจากการจัดเก็บภาษีใน อัตราเดียวกันแล้ว ระบบภาษีใหม่ยังให้การลดหย่อนที่มากกว่าเดิม โดย ผู้ผลิตสามารถนำภาษีที่โดนเก็บสำหรับวัตถุดิบนำไปลดหย่อนได้หลังสินค้าที่เสร็จสิ้นแล้วออกขาย เช่น หากซื้อกล้องมาทำสมาร์ทโฟนและต้องเสียภาษี 500 รูปี และเมื่อขายสมาร์ทโฟนไปแล้วและต้องเสียภาษี 5,000 รูปี จะสามารถนำภาษีกล้องไปลดหย่อนภาษีหลังการขายสมาร์ทโฟนได้ เท่ากับจะเสียภาษีแค่ 4,500 รูปี

หลายฝ่ายกังวลว่า ระบบภาษีใหม่ของอินเดียจะทำให้สินค้ามีราคาแพงขึ้น และรัฐบาลอินเดียก็ตระหนักใน จุดนั้น จึงไม่คิดภาษีกับสินค้าพื้นฐาน เช่น ธัญพืช ผักสด และนม ซึ่งเป็นอาหารหลักของชาวอินเดียที่ส่วนใหญ่ไม่ทานเนื้อสัตว์ ขณะที่สินค้าซื้อง่ายขายคล่อง เช่น ชา น้ำตาล น้ำมันประกอบอาหาร อยู่ในอัตราที่ต่ำที่สุดเพียง 5% เท่านั้น

ซิตีกรุ๊ป ระบุว่า ประเทศอื่นๆ ที่มีการใช้ภาษีจีเอสที เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ต่างเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้นหลังประกาศใช้ครั้งแรก แต่จะกลับมาสู่ภาวะปกติในเวลาไม่นาน

การใช้ภาษีในแบบใหม่นี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอินเดียและลดต้นทุนในการขนส่ง โดยเวิลด์แบงก์ คาดการณ์ว่า การใช้ภาษีจีเอสทีร่วมกับการจัดการอุปสรรคทางการขนส่ง เช่น ถนนที่ตัดขาด การจ่ายค่าผ่านทาง และอื่น จะช่วยลดเวลาในการขนส่งได้ราว 20-30% และประหยัดต้นทุนในการขนส่งได้ 30-40% ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันของอินเดียเพิ่มขึ้นด้วยยอดขายในอุตสาหกรรมหลักที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 3-4%

"ภาษีสินค้าและบริการ (จีเอสที) จะช่วยเปลี่ยนโฉมหน้าของอินเดียให้กลายเป็นตลาดร่วม (คอมมอนมาร์เก็ต) และยังเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอย่างมหาศาล ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงทั้งปัจจัยภายนอกและภายในได้ในอนาคต" เวิลด์แบงก์ กล่าว

การลดอุปสรรคดังกล่าวจะเป็นส่วนช่วยในการดึงต่างชาติให้เข้ามาลงทุนและผลิตสินค้าในประเทศ ท่ามกลางความพยายามในการผลักดันนโยบาย "เมดอินอินเดีย" ที่อินเดียพยายามดึงต่างชาติให้เข้ามาผลิตสินค้าในประเทศมากขึ้น เนื่องจากอุปสรรคด้านความซับซ้อนเรื่องภาษีและการขนส่ง เป็นปัจจัยหนึ่งที่ต่างชาติ ไม่กล้าเข้าไปลงทุน นอกเหนือไปจากกฎหมายที่ขวางการเป็นเจ้าของกิจการ

นอกจากนี้ การจัดตั้งภาษีใหม่ ดังกล่าวยังมาพร้อมกับระบบดิจิทัลเพื่อลดการ "คอร์รัปชั่น" โดยเปิดให้ทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นสามารถเรียกดูข้อมูลได้ ส่งผลให้ยากต่อการที่รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งจะปกปิดอะไรเอาไว้ หลังจากที่อินเดียมีปัญหาด้านการคอร์รัปชั่นมาอย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนระบบภาษีครั้งนี้อาจทุลักทุเลไปบ้าง โดยภาคธุรกิจอินเดียได้เรียกร้องให้รัฐบาลเลื่อนการประกาศใช้จีเอสทีออกไปก่อนจนกว่าจะถึงวันที่ 1 ก.ย. เพื่อให้ ภาคธุรกิจมีเวลาในการศึกษาและทำความเข้าใจระบบภาษีใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมซึ่งเป็นผู้ผลักดันเศรษฐกิจของอินเดียหลัก

แม้ระบบใหม่จะมีความยุ่งยากน้อยกว่าระบบเดิม แต่การจัดเก็บภาษีสินค้ายังมีในหลากหลายอัตรา หรือกระทั่งสินค้าชนิดเดียวกันก็มีในหลายอัตรา เช่น บัตรโดยสารเครื่องบินชั้นประหยัดจะเก็บภาษีจีเอสทีที่ 5% แต่ชั้นธุรกิจจะเก็บที่ 12% ขณะที่ภาษีสำหรับบุหรี่และสินค้าฟุ่มเฟือยบางอย่างอาจโดนภาษีสูงกว่าขั้นสูงสุดอีก 160% ส่งผลให้อินเดียมีอัตราภาษีจีเอสทีที่สูงที่สุดสำหรับตลาดเกิดใหม่

ทว่าการใช้ภาษีระบบใหม่จะเป็น จุดเริ่มต้นในการพลิกโฉมอินเดียครั้งใหญ่ ให้การจัดเก็บภาษีสินค้าและบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลัง ผู้จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของอินเดียในทุกวันนี้ มีน้อยกว่า 1% ของจำนวนประชากร n

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69