
‘กสิกร’แก้มปริดูดเงินกิมจิได้เอยูเอ็มคว้าที่1
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.กสิกรไทย พอใจลูกค้าตอบรับพันธบัตรอินเดียและกองทุนซื้อขายสัญญาล่วงหน้า หนุนเอยูเอ็มขึ้นอันดับ 1นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2553 การเปิดขายกองทุนประเภทเทอมฟันด์หรือกองทุนที่กำหนดอายุการลงทุนของบริษัทได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดี ส่งผลให้สินทรัพย์รวมภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.635 แสนล้านบาท จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 4.34 แสนล้านบาท และตั้งเป้าว่าสิ้นปีนี้น่าจะแตะ 6 แสนล้านบาทได้
กองทุนดังกล่าวได้แก่กองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรอินเดียและกองทุน เค สมาร์ท เอฟทีดี ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ประเภทเอฟทีดี (FirstToDefault) ที่ออกโดยสถาบันการเงินต่างประเทศ 4 แห่ง
“
เราเก็บเม็ดเงินจากกองเกาหลีที่ครบอายุได้ประมาณ 34 หมื่นล้านบาท และตอนนี้เม็ดเงินในกองทุนเกาหลีจะเหลือประมาณ 1 แสนล้านบาท แต่ส่วนใหญ่เป็นกองที่เปิดขายไปเมื่อช่วงต้นปี โดยตอนนี้จากภาพรวมทั้งหมดน่าจะเรียกได้ว่าเราแซงกลับมาเป็นที่ 1 ได้อีกครั้งแล้ว ซึ่งในช่วงสิ้นปียังมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่กำลังจะครบดีลที่เราจะต้องรอดู” นายพัชร กล่าวสำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้บริษัทเตรียมเปิดขายกองทุนใหม่ให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้ในทุกรูปแบบอย่างเต็มที่ โดยอาจนำกองทุนประเภท PASSIVE FUND หรือกองทุนที่ลงทุนเลียนแบบดัชนีที่มีอยู่แล้ว เช่น กองทุน SET50 หรือกองทุนอื่นมาปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้ชัดขึ้น นอกจากนี้จะออกกองทุนโกลบอล แอคทีฟ อโลเคชั่น ที่เป็นกองทุนผสมแต่ไม่แน่ใจว่าจะทันปีนี้หรือไม่







