
แวดวงธุรกิจภูธร
หลังจากโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี พัฒนาไปด้วยความล่าช้า ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เร่งปั้นนิคมอุตฯ อุดรธานีรับเออีซี
หลังจากโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี พัฒนาไปด้วยความล่าช้า ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องส่งทีมงานลงพื้นที่ประชุมหารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ให้เร็วที่สุด
ชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี ยืนยันกับคณะของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่า นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีจะพัฒนาให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้อย่างแน่นอน เนื่องจากได้ความร่วมมือของการนิคมอุตสาหกรรมฯ และภาคเอกชนพร้อมจะเดินหน้าพัฒนาโครงการดังกล่าวตามเป้าที่วางไว้ เนื่องจากโครงการนี้มีความสำคัญต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสามารถรองรับโรงงานอุตสาหกรรม และการขนส่งสินค้าเชื่อมไปยังประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
สำหรับนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ตั้งอยู่ในพื้นที่มีศักยภาพสูง 2,219 ไร่ ใกล้ถนนมิตรภาพ ติดกับทางรถไฟ และห่างจากสนามบินอุดรธานี 14 กม. ได้รับความเห็นชอบอีไอเอแล้ว จะดำเนินการในเฟสแรก 973 ไร่ และมีแผนงานเพิ่มเติม สร้างศูนย์รับส่งสินค้าและด่านศุลกากร เชื่อมต่อกับรถไฟขนส่งทางรางเฟสแรก 100 ไร่ เตรียมพื้นที่เฟสสอง 400 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับพื้นที่
ไทย-เมียนมาร่วมพัฒนาชายแดน
ประเทศไทยและเมียนมามีบริเวณชายแดนติดต่อกันตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ปัญหากระทบกระทั่งย่อมเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่อยากให้เกิดปัญหาบานปลาย พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ฝ่ายไทย กับ พล.ท.มิน หน่อง ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการพิเศษที่ 4 ได้นัดประชุมหารือร่วมกันตลอด
ล่าสุดฝ่ายไทยเป็นประธานประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย-เมียนมา ครั้งที่ 31 ที่ จ.ภูเก็ต โดยปัญหาที่ทั้งสองฝ่ายหยิบยกขึ้นมาหารือร่วมกันคือการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนเพื่อสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงให้กับประชาชนทั้งสองประเทศให้อยู่ดีกินดี พร้อมกับร่วมกันกวาดล้างอาชญากรรม ปัญหายาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดหนักในสังคมไทย ตลอดทั้งปลูกป่าอาเซียน สกัดไฟป่า







