
พนักงานกกท.ยื่นคมนาคมสอบการปฏิบัติหน้าที่ประธานบอร์ดการท่าฯ
พนักงานกทท.บุกกระทรวงคมนาคม ร้องสอบปฏิบัติหน้าที่ของประธานบอร์ดการท่าเรือ "พิชิต"เร่งเคลียร์ปมภายในหนึ่งสัปดาห์ ย้ำให้ความเป็นธรรรมกับทุกฝ่าย
พนักงานกทท.บุกกระทรวงคมนาคม ร้องสอบปฏิบัติหน้าที่ของประธานบอร์ดการท่าเรือ "พิชิต"เร่งเคลียร์ปมภายในหนึ่งสัปดาห์ ย้ำให้ความเป็นธรรรมกับทุกฝ่าย
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ร.อ. สุทธินันท์ หัตถวงษ์ ผู้อำนวยการ กทท. ได้ยื่นหนังสือลาออกกับประธานกรรมการ กทท. เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.60 โดยขอให้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.60แต่ปรากฏว่าประธานบอร์ดได้มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการ กทท. พ้นจากตำแหน่งทันที ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.60 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความสับสน ส่งผลให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของ กทท. รวมทั้งส่งผลกระทบต่อขวัญ และกำลังใจของพนักงานโดยรวมที่ตั้งใจทำงานกันมาโดยตลอดตามนโยบาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) รวมตัวกันกว่า 200 คน ขึ้นรถบัส เพื่อเดินทางมาที่กระทรวงคมนาคม แต่ถูกสกัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยการแจ้งบริษัทรถบัสที่รับจ้างให้กลับบริษัทฯและไม่ให้เดินทางมาที่กระทรวงคมนาคมทำให้พนักงานต้องกระจัดกระจายเดินทางมากระทรวงด้วยยานพาหนะของตนเอง ซึ่งบางรายก็ว่างจ้างรถตู้ และนั่งรถแท็กซี่ เพื่อยื่นหนังสือถึงนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เรียกร้องให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพล.ร.อ. อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ประธานกรรมการ กทท. ดังนั้นจึงได้เดินทางมาที่กระทรวงฯ เรียกร้องให้นายอาคม และนายพิชิตตรวจสอบข้อเท็จจริงการปฏิบัติหน้าที่ของพล.ร.อ.อภิวัฒน์ ที่มีคำสั่งให้ร.อ.สุทธินันท์ลาออกจากตำแหน่งกะทันหัน
สำหรับประเด็นที่มีการร้องเรียนนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลักได้แก่
1. กรณีการจัดซื้อจัดจ้างงานบริการยกขนเคลื่อนย้ายตู้สินค้าขึ้นลงรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นระยะเวลา 7 เดือน ปรากฏว่าบริษัทที่มีความเชื่อมโยงเป็นเครือญาติกับเลขานุการพล.ร.อ.อภิวัฒน์ กลับได้งานดังกล่าวไปดำเนินการโดยวิธีพิเศษ ทั้งที่มีบริษัทอีก 6 บริษัทมีประสบการณ์มากกว่า ซึ่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ได้มีหนังสือขอให้กทท.ชีแจง จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และนำไปสู่การยกเลิกสัญญาทำให้เกิดความไม่พอใจจนเป็นเหตุให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงผู้ทำหน้าที่ผอ.กทท. รวมถึงการจัดซื้อและติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดหรือซีซีทีวีพร้อมอุปกรณ์ ณ สนามฟุตบอลโดยวิธีพิเศษเช่นกัน
2. การแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของกทท. ผู้อำนวยการกทท. จะเป็นผู้พิจารณาเสนอรายชื่อผู้ที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งให้บอร์ดกทท.เป็นผู้พิจารณา แต่การแต่งตั้งที่ผ่านมาเป็นอำนาจของบอร์ดไม่ได้ให้ผู้อำนวยการกทท.เป็นผู้เสนอ และพล.ร.อ.อภิวัฒน์ ยังมีคำสั่งให้ยกเลิกแนวทางการพิจารณาคัดเลือกที่กทท.ถือปฏิบัติ โดยอ้างว่าเป็นอำนาจบอร์ด ถือว่าเป็นการก้าวล่วงอำนาจของคณะกรรมการฝ่ายบริหาร กทท. พนักงานมีความกังวลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของพล.ร.อ.อภิวัฒน์ ซึ่งมีผลกระทบรุนแรงต่อภาพพจน์ในการบริหารงานของกทท. และกังวลว่าจะเป็นแบบอย่างให้การกำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรและประเทศชาติ
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน นายราเชนทร์ หรั่งมะเร็ง ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจฯกกท. ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงรมช.คมนาคมเช่นกัน ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มพนักงานกทท. และมีการแจ้งว่าหากกระทรวงฯไม่ดำเนินการใด ๆ ในข้อร้องเรียนดังกล่าวจะยื่นหนังสือถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) เข้ามาตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างภายในท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือกรุงเทพว่ามีความโปร่งใสหรือไม่
นายราเชนท์ กล่าวว่า ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายพิชิตขอให้นำข้อมูลการลาออกของร.อ.สุทธินันท์ มาเปิดเผยต่อสาธารณชนและพนักงานกทท. รับรู้ในทิศทางเดียวกันว่ามีสาเหตุมาจากอะไร เพราะถ้าต่างคนต่างพูดออกไปอาจทำให้เกิดความสับสนและกระทบต่อภาพรวมของกทท. ซึ่งให้เวลา 1 สัปดาห์ ถ้ายังไม่มีความคืบหน้าจะมีการทวงถามในเรื่องดังกล่าว เพราะขณะนี้พนักงานมีหลายกลุ่มที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามหากตรวจสอบและพบว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างแม้ว่าจะสิ้นสุดวาระการเป็นบอร์ดในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ไม่ว่าจะมีอิทธิพลที่ไหนก็หนีไม่พ้น แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าใครผิดบุคคลที่ถูกกล่าวหาก็ต้องชี้แจงข้อเท็จจริง
นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพนักงานและตัวแทนสหภาพฯกทท.แล้ว ซึ่งกระทรวงฯมีหน้าที่ในการตรวจสอบดูแลรัฐวิสาหกิจต้องดูภารพรวมเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบธรรมาภิบาล ซึ่งอาจจะต้องตรวจสอบข็อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างร้องเรียนซึ่งกันและกัน โดยจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ดังนั้นยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครผิดใครถูก ส่วนจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวหรือไม่นั้น จะต้องหารือกับนายอาคมก่อน อย่างไรก็ตาม จะเร่งสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์
นายพิชิตกล่าวต่อว่าส่วนกรณีเรื่องของการแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่แทนชุดเดิมที่จะหมดวาระในช่วงสิ้นเดือนมิ.ย.นี้นั้น ยังไม่มีแนวคิดในการล้างไพ่เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ทั้งหมด และยังไม่มีใบสั่งจากฝ่ายใด เพื่อกดดันให้เลือกเจาจะจงเฉพาะตัวบุคคล ดังนั้นจึงขอกลับไปกรั่นกรองคณะทำงานที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมต่อองค์กรมากที่สุด ส่วนด้านข้อสังเกตเรื่องการอนุมัติใบลาออกอดีตผู้อำนวยการที่เร็วกว่าปกติถึง 1 เดือนนั้นขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวจบไปแล้วเป็นกรณีที่ยินยอมกันทั้งสองฝ่ายและลงนามเห็นชอบเพื่อให้สั่งมีผลบังคับใช้ไปแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้







