
กรมชลฯพัฒนาโครงการพระราชดำริด้านน้ำ
กรมชลประทานลงนามร่วมมูลนิธิปิดทองหลังพระพัฒนาโครงการพระราชดำริด้านน้ำ
กรมชลประทานลงนามร่วมมูลนิธิปิดทองหลังพระพัฒนาโครงการพระราชดำริด้านน้ำ
นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ เพื่อดำเนินโครงการสืบสานงานโครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริแบบบูรณาการ ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมชลประทานได้ก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากกว่า 2,100 โครงการโดยเป็นโครงการที่มีการพัฒนาระบบชลประทานที่สมบูรณ์แบบแล้ว 480 โครงการ ส่วนที่เหลือ 1,645 โครงการยังไม่มีระบบชลประทานที่สมบูรณ์
หม่อมราชวงค์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและการพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานพระราชดำริ กล่าวว่า การทำงานร่วมกันในครั้งนี้เป็นการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ โดยการน้อมนำเอาแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ เป้าหมายคือให้ประชาชนมีน้ำจากโครงการพระราชดำริใช้อย่างเพียงพอและสามารถพึ่งพาตนเองได้ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนงานให้สำเร็จ โดย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ฯจะทำหน้าที่ผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการปฏิบัติการพัฒนา การบูรณาการความร่วมมือ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ น้อมนำหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อสร้างความเข้าใจกับราษฎรให้เห็นประโยชน์ที่จะได้รับ มูลนิธิรากแก้ว ขับเคลื่อนร่วมกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ส่วนกรมชลประทานจะให้การสนับสนุนความรู้และร่วมปฏิบัติงานตามหลักวิศวกรรมชลประทานที่สอดคล้องกับภูมิสังคมเพื่อให้เกิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรน้ำของประเทศ ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว โดยจะร่วมกันคัดเลือกโครงการเพื่อจะดำเนินการ จากรายชื่อโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่กรมชลประทานดำเนินการแล้วและยังใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งแหล่งน้ำอื่นๆ ที่ราษฎรพร้อมสละแรงงานในการซ่อมแซมและเสริมประสิทธิภาพแหล่งน้ำ
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ผลจากการทบทวนสำรวจโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วประเทศ พบว่าในปัจจุปันมีโครงการที่ยังไม่มีระบบชลประทาน มีทั้งหมด 1,645 โครงการ มีทั้งที่เป็น ฝาย อ่างเก็บน้ำ และรูปแบบอื่นๆ กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยมีอยู่ภาคเหนือ686 โครงการ ภาคใต้ 289 โครงการ ภาคกลาง 225 โครงการ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 445 โครงการ มีความจุรวมทั้งหมด 845.72 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 2.19 ล้านไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์ 172,070 ครัวเรือน
ทั้งนี้ จะดำเนินโครงการนำร่องดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดเชียงราย น่าน อุดรธานี เพชรบุรี ยะลา ปัตตานี เป็นต้น จากนั้นจึงจะทำการขยายผลไปยังโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ยังไม่มีระบบชลประทานอื่นๆ ที่มีศักยภาพให้แล้วเสร็จภายในปี 2564
นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ เพื่อดำเนินโครงการสืบสานงานโครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริแบบบูรณาการ ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมชลประทานได้ก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากกว่า 2,100 โครงการโดยเป็นโครงการที่มีการพัฒนาระบบชลประทานที่สมบูรณ์แบบแล้ว 480 โครงการ ส่วนที่เหลือ 1,645 โครงการยังไม่มีระบบชลประทานที่สมบูรณ์
หม่อมราชวงค์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและการพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานพระราชดำริ กล่าวว่า การทำงานร่วมกันในครั้งนี้เป็นการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ โดยการน้อมนำเอาแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ เป้าหมายคือให้ประชาชนมีน้ำจากโครงการพระราชดำริใช้อย่างเพียงพอและสามารถพึ่งพาตนเองได้ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนงานให้สำเร็จ โดย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ฯจะทำหน้าที่ผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการปฏิบัติการพัฒนา การบูรณาการความร่วมมือ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ น้อมนำหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อสร้างความเข้าใจกับราษฎรให้เห็นประโยชน์ที่จะได้รับ มูลนิธิรากแก้ว ขับเคลื่อนร่วมกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ส่วนกรมชลประทานจะให้การสนับสนุนความรู้และร่วมปฏิบัติงานตามหลักวิศวกรรมชลประทานที่สอดคล้องกับภูมิสังคมเพื่อให้เกิดการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรน้ำของประเทศ ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว โดยจะร่วมกันคัดเลือกโครงการเพื่อจะดำเนินการ จากรายชื่อโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่กรมชลประทานดำเนินการแล้วและยังใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งแหล่งน้ำอื่นๆ ที่ราษฎรพร้อมสละแรงงานในการซ่อมแซมและเสริมประสิทธิภาพแหล่งน้ำ
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ผลจากการทบทวนสำรวจโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วประเทศ พบว่าในปัจจุปันมีโครงการที่ยังไม่มีระบบชลประทาน มีทั้งหมด 1,645 โครงการ มีทั้งที่เป็น ฝาย อ่างเก็บน้ำ และรูปแบบอื่นๆ กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยมีอยู่ภาคเหนือ686 โครงการ ภาคใต้ 289 โครงการ ภาคกลาง 225 โครงการ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 445 โครงการ มีความจุรวมทั้งหมด 845.72 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 2.19 ล้านไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์ 172,070 ครัวเรือน
ทั้งนี้ จะดำเนินโครงการนำร่องดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดเชียงราย น่าน อุดรธานี เพชรบุรี ยะลา ปัตตานี เป็นต้น จากนั้นจึงจะทำการขยายผลไปยังโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ยังไม่มีระบบชลประทานอื่นๆ ที่มีศักยภาพให้แล้วเสร็จภายในปี 2564







