
พาณิชย์ดันตลาดเคหะประชารัฐ
“พาณิชย์” ตั้งคณะทำงานยกระดับตลาดชุมชนเคหะเป็นตลาดเคหะประชารัฐ เตรียมนำสินค้าธงฟ้า 48 รายการร่วมจำหน่าย นำร่องพัฒนาตลาดพื้นที่กรุงเทพฯก่อน 4 แห่ง ภายในก.ย.นี้ ก่อนขยายให้ครบทั้ง 680 แห่งทั่วประเทศ
“พาณิชย์” ตั้งคณะทำงานยกระดับตลาดชุมชนเคหะเป็นตลาดเคหะประชารัฐ เตรียมนำสินค้าธงฟ้า 48 รายการร่วมจำหน่าย นำร่องพัฒนาตลาดพื้นที่กรุงเทพฯก่อน 4 แห่ง ภายในก.ย.นี้ ก่อนขยายให้ครบทั้ง 680 แห่งทั่วประเทศ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยมีข้อสรุปในการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาตลาดชุมชนเคหะที่มีอยู่เดิมพัฒนาให้เป็น “ตลาดเคหะประชารัฐ” โดยยกระดับให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และเป็นตลาดที่จำหน่ายสินค้าราคาถูกให้กับชุมชน เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนที่อยู่ในชุมชนเคหะ ตั้งเป้าผลักดันให้เกิดตลาดเคหะประชารัฐภายในเดือนก.ย.นี้
ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินการ กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปช่วยเหลือและพัฒนาตลาดให้มีมาตรฐาน ผลักดันให้เป็นตลาดที่ซื้อขายสินค้าของชุมชน ทั้งสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน และสินค้าทั่วไป และที่สำคัญ จะประสานนำสินค้าจากผู้ผลิตในโครงการธงฟ้าประชารัฐที่มีอยู่ 18 สินค้า 48 รายการ ราคาถูกกว่าท้องตลาด 15-20% ไปจำหน่ายให้กับประชาชนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงได้มาจับจ่ายใช้สอยด้วย
“แต่ละตลาดจะดูว่าชุมชนต้องการอะไร ก็พัฒนาให้ตรงตามความต้องการของชุมชน เพราะแต่ละชุมชนมีความต้องการไม่เหมือนกัน บางชุมชนอาจจะเป็นตลาดที่ขายของทั่วไป บางชุมชนอาจเป็นตลาดสด แต่ที่สำคัญจะผลักดันให้เป็นตลาดช่วยสร้างอาชีพให้กับชุมชน โดยคนในชุมชนสามารถทำของมาขาย รวมทั้งจะมีการประสานเอาสินค้าจากที่ต่างๆทั่วประเทศมาขายในตลาดเคหะประชารัฐด้วย เช่น สินค้าเกษตร สินค้าปลอดสารพิษ เป็นต้น”นายสนธิรัตน์กล่าว
ด้านนายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีชุมชนเคหะอยู่ทั่วประเทศประมาณ 680 แห่ง ซึ่งจะผลักดันให้มีตลาดชุมชนครบทุกแห่ง เบื้องต้นจะพัฒนาตลาดเคหะประชารัฐในชุมชนเคหะพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีมากกว่า 300 แห่งก่อน และจะนำร่องใน 4 พื้นที่ ได้แก่ เขตห้วยขวาง คลองจั่น ดินแดง และบ่อนไก่ จากนั้นจะทยอยดำเนินการให้ครบทุกชุมชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ อุดรธานี สงขลา เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม นอกจากจะยกระดับตลาดที่มีอยู่แล้ว จะทำให้ตลาดในชุมชนแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง อย่างชุมชนในเขตคลองจั่น ก็อาจจะทำเป็นตลาดเฉพาะของอาหารภาคใต้ หรือทำตลาดสินค้าอินทรีย์ เป็นต้น







