
ราคายางกู่ไม่กลับ เหตุสต๊อกจีนทะลัก
ราคายางพาราลดอีก 0.48-0.70 บาท/กก. ระบุตลาดปลายชะลอรับมอบอ้างจีนสต๊อกล้น
ราคายางพาราลดอีก 0.48-0.70 บาท/กก. ระบุตลาดปลายชะลอรับมอบอ้างจีนสต๊อกล้น
รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ณ ตลาดกลางประมูลยางหาดใหญ่ จ.สงขลา ราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี (USS) ลดลงกิโลกรัม (กก.) ละ 0.48 บาท เหลือ 56.17 บาท มีผู้เข้าประมูล 4 ราย ผู้ชนะประมูล คือ บริษัท แอล.ที. การยาง ปริมาณยางเข้าขาย เพียง 4,141 กก. ลดลงจากวันก่อน ที่มีปริมาณยาง 5,379 กก. ส่วนการประมูล ณ ตลาดกลางประมูลยางนครศรีธรรมราช อ.จันดี ราคายางลดลง กก.ละ 0.70 บาท เหลือ 57.60 บาท มีผู้เข้าประมูล 4 ราย ผู้ชนะประมูล คือ บริษัท ทองไทย เอ.เอส. ปริมาณยาง 1.77 หมื่น กก.
นายกัมปนาท วงศ์ชูวรรณ ผู้จัดการกลุ่มเกษตรกรทำสวนธารน้ำทิพย์ สถาบันเกษตรกรผู้ผลิตแปรรูปยาง ส่งออกรายใหญ่ภาคใต้ กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรประสบปัญหาการชะลอรับมอบยางจากต่างประเทศ โดยในกลุ่มเกษตรกรทำสวนธารน้ำทิพย์ ที่มีคำสั่งซื้อเมื่อเดือน เม.ย. 2560 จำนวน 200 ตัน ล่าสุดยังไม่สามารถส่งมอบได้ และยังมีของกลุ่มต่างๆ ซึ่งมีผลกระทบในรูปแบบเดียวกันนับพันตัน
"ผู้ส่งออกยางบางรายเมื่อส่งยางไปถึงปลายทางแล้ว กลับถูกต่อรองราคาต่ำลง จำเป็นต้องขายในราคาปลายทางต้องการ โดยอ้างว่าจีนมีสต๊อกยางอยู่มาก" นายกัมปนาท กล่าว
นายวิฑูรย์ ไกรสิทธิ์ หัวหน้าสำนักงานตลาดกลางยางพาราสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่มียางเข้าประมูลขายมากนัก เพราะเป็นช่วงต้นฤดูกาลผลิต ชาวสวนหยุดกรีดยางจากภาวะฝนตกหนัก และปริมาณยางในตลาดกลางมีน้อยไม่คุ้มกับการเข้าประมูล ทางผู้ซื้อรายใหญ่จึงไปซื้อในตลาดเอกชนแทน
อย่างไรก็ตาม การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้มีมาตรการแก้ไข โดยตั้งหน่วยธุรกิจเข้าร่วมประมูลในตลาดกลางจังหวัดต่างๆ เพื่อดึงราคายางพาราให้สูงขึ้นและมีเสถียรภาพ เบื้องต้นได้ทดลองที่ตลาดกลางสงขลาและนครศรีธรรมราช ส่งผลให้ราคาประมูลยางรมควันชั้น 3 สูงขึ้น 1-2 บาท/กก.







