
"โรสอารยา" ปั้นข้าวต้มมัดพร้อมทานส่งออก
จากผู้ส่งออก ข้าวต้มมัดแช่แข็งส่งออกไปต่างประเทศ สู่การสร้างแบรนด์ “โรส อารยา” ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มมัดพร้อมรับประทาน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
จากผู้ส่งออก ข้าวต้มมัดแช่แข็งส่งออกไปต่างประเทศ เป็นเวลากว่า 30 ปี และได้ขยายสู่การสร้างแบรนด์ “โรส อารยา” ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มมัดพร้อมรับประทานบรรจุอยู่ในถุง รีทอร์ท เพาซ์ พร้อมกับสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และไส้รูปแบบใหม่ ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ
“รพีพงศ์ โพธิ์วรสิน” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โรส อารยา เปิดเผยว่า บริษัทได้ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มมัดพร้อมรับประทานบรรจุอยู่ใน ถุงรีทอร์ท เพาซ์ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “โรส อารยา” (Rose Araya) โดยมีจำนวน 3 ใส้ ทั้งกล้วย เผือก และทุเรียน เพราะต้องการสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกในการประทาน และเลือกสร้างรสชาติให้มีความพิเศษ
ขณะเดียวกัน ได้มุ่งพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมให้แก่สินค้า ทั้งการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่สวยงาม และการร่วมพัฒนา ทำให้ผลิตภัณฑ์มีอายุการจัดเก็บที่ยาวนานขึ้น และมีรสชาติดี อีกทั้ง วางเป้าหมายที่จะผลักดันการสร้างแบรนด์ใหม่ ขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
บริษัท ยังมีการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ข้าวเหนียวมูนสเตอริไรส์และน้ำทุเรียน สเตอริไรส์ ภายใต้แบรนด์ โรสอารยา โดยทั้งข้าวต้มมัด และข้าวเหนียมมูน น้ำกะทิทุเรียน สามารถจัดเก็บได้เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่ต้องแช่เย็น รวมถึงไม่มีการใส่สารกันเสีย เชื่อมั่นว่าจะเปิดโอกาสขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศ
“แบรนด์ได้นำสินค้าไปขยายตลาดในต่างประเทศ ทั้งไปร่วมงานแสดงสินค้าที่ ตลาดเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน พบว่าลูกค้าชาวจีนให้การตอบรับที่ดี และสนใจในผลิตภัณฑ์ จึงมีความเชื่อมั่นว่า ผลิตภัณฑ์มีโอกาสขยายตลาดในประเทศจีนอย่างมาก” รพีพงศ์ กล่าว
สำหรับการพัฒนาแบรนด์ใหม่ โรส อารยา ในครั้งนี้ มาจากธุรกิจของบริษัท ได้ทำข้าวต้มมัดแช่แข็ง ส่งออกไปต่างประเทศเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว ใช้ชื่อแบรนด์ว่า ใบสลาด โดยเน้นกลุ่มขนมหวานของไทยที่ส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งมีลูกค้าในต่างประเทศทั้ง ประเทศสหรัฐ แคนาดา และตลาดยุโรป ต่อมา ตนเอง ที่เป็นรุ่นสอง ของธุรกิจ จึงต้องการขยายสร้างแบรนด์ใหม่ และเป็น ถุงรีทอร์ท เพาซ์
“การทำธุรกิจขนมหวานไทย ตลอดกว่า 30 ปีแบรนด์ได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มาจากการนำเสนอรสชาติของขนมหวานไทย ที่เป็นที่ต้องการของลูกค้า การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ” รพีพงศ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทได้มุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ขนมหวานไทย และได้มีการเข้าร่วมโครงการ ของหน่วยงานภาครัฐ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง และมีคุณค่า
ทางด้านภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจอาหาร ต้องมุ่งสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความแตกต่าง และตรงกับความต้องการของลูกค้า ทั้งตลาดในไทยและตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้แบรนด์เตรียมที่จะขยายช่องทางทำตลาดออนไลน์ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่มากขึ้น และยังตรงกับสอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบันที่ใช้ช่องทางออนไลน์ รวมทั้งมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ที่จะมีการสร้างสรรค์ สินค้าใหม่
“ขนมหวานไทย เป็นตลาดที่มีแนวโน้มการส่งออกที่ดีต่อเนื่องและมีความต้องการจากกลุ่มลูกค้าในตลาดต่างประเทศจำนวนมาก”รพีพงศ์ กล่าว







