
แวดวงธุรกิจภูธร
อนาคตไทยมีแนวโน้มลดปริมาณการนำเข้าอาหารสัตว์จากต่างประเทศ หลังจากสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็นได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ
โคนมวังน้ำเย็นลุยสร้างความมั่นคงอาหารสัตว์
อนาคตไทยมีแนวโน้มลดปริมาณการนำเข้าอาหารสัตว์จากต่างประเทศ หลังจากสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็นได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ.สระแก้ว และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า (สกต.) ในโครงการจัดการมันสำปะหลังในระบบสหกรณ์ เพื่อสร้างความมั่นคงของเกษตรกรและอาหารสัตว์
โครงการดังกล่าว อำนวย ทงก๊ก ประธานกรรมการ สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น เชื่อมั่นว่าจะส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังทั้งด้านอาชีพและราคา เพราะสามารถกำหนดราคา ค่าทางการตลาดได้เอง ปัจจุบันสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็นเลี้ยงวัวมากกว่า 4 หมื่นตัว ตัวหนึ่งต้องกินอาหาร 20-30 กิโลกรัม/วัน
“อาหารของวัว องค์ประกอบ คือ มันเส้น ข้าวโพด และหญ้า มันสำปะหลังปีหนึ่งใช้มากกว่า 4 หมื่นตัน นับเป็นเรื่องใหญ่จึงต้องมีสำรองไว้ เหตุนี้จึงทำเอ็มโอยูกับกลุ่มพันธมิตร ซึ่งการสับมันขายต้องชัดเจน มีที่รับซื้อชัดเจน ราคาที่มั่นคง ซึ่งโครงการนี้จะส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ เพราะในแต่ละปีสหกรณ์โคนมต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 300-400 ล้านบาท”
ทีเส็บผนึกภูเก็ตปลุกธุรกิจประชุม-สัมมนา
ปัจจุบันภูเก็ตนับได้ว่าเป็นเมืองสวรรค์ของกลุ่มนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแต่ละปีมากกว่า 1 ล้านคน เพราะภูเก็ตมีมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลที่สวยงาม และเป็นเมืองที่มีศักยภาพ การคมนาคมสะดวกสบายทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ทำให้เศรษฐกิจเมืองภูเก็ตเติบโตไม่หยุด
จากความได้เปรียบครบวงจร จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ จึงร่วมมือกับ นรภัทร ปลอดทอง ผวจ.ภูเก็ต
เดินหน้าผลักดันเมืองภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการประชุมและสัมมนาของโลก
ธุรกิจการประชุม สัมมนา มีแนวโน้มสูงที่จะสร้างรายได้ให้กับเมืองภูเก็ต นอกเหนือจากภาคธุรกิจท่องเที่ยว เนื่องจากขณะที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้ภูเก็ตเป็นศูนย์ประชุมนานาชาติซึ่งจะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า
ปีละ 1,000 ล้านบาท







