
ปลุกกำลังซื้อต่างชาติ
แนะขยายวีซ่ายาวเจาะทุนต่างชาติกลุ่มเกษียณซื้อ-เช่าอสังหาฯ
แนะขยายวีซ่ายาวเจาะทุนต่างชาติกลุ่มเกษียณซื้อ-เช่าอสังหาฯ
โพสต์ทูเดย์ - บริษัทที่ปรึกษาอสังหาฯ วอนรัฐขยายระยะเวลาให้วีซ่าต่างชาติจากเดิมสูงสุด 1 ปี เป็น 3-5 ปี เพื่อดึงกลุ่มเกษียณอายุซื้อ-เช่าอสังหาฯ ไทย
นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ บริษัทที่ปรึกษาทางด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ต้องการเสนอให้ภาครัฐขยายระยะเวลาให้วีซ่าสำหรับต่างชาติเข้ามาซื้อและเช่าที่อยู่อาศัยในไทย จากเดิมการให้วีซ่าสูงสุดไม่เกิน 1 ปี เป็นอย่างน้อย 3-5 ปี เพื่อดึงดูดให้ต่างชาติโดยเฉพาะในกลุ่มเกษียณอายุมาซื้อ-เช่าอสังหาริมทรัพย์ในไทยได้ง่ายขึ้น ซึ่งกลุ่มที่เข้ามาซื้อจะต้องมีเงินออมกับสถาบันการเงินเป็นหลักประกัน เนื่องจากที่ผ่านมาไทยจะเสียเปรียบต่างชาติ อย่างเช่น มาเลเซีย เวียดนาม และเมียนมา ที่ให้วีช่าต่างชาตินานถึง 10 ปี
“กลุ่มคนเกษียณอายุถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มลูกค้าสำคัญที่เข้ามาซื้ออสังหาฯ ในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะนิยมพักอาศัยในจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว อย่างเช่นชาวญี่ปุ่นจะนิยมอยู่ที่เชียงใหม่ ส่วนชาวจีนจะนิยมอยู่ที่พัทยา โดยชาวจีนนั้นรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนมากขึ้นกับนักลงทุนชาวจีนในการออกไปลงทุนในต่างประเทศ มีสถาบันการเงินอย่างเช่น ธนาคารแห่งประเทศจีน ปล่อยกู้เพื่อให้สินเชื่อรายย่อยในอัตราพิเศษ เป็นต้น” นายวสันต์ กล่าว
นอกจากนี้ ต้องการให้ภาครัฐมีการจดทะเบียนโรงแรมให้ถูกต้อง เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน โดยได้นำเสนอโครงการเชียงใหม่ โมเดล เป็นต้นแบบ เนื่องจากปัจจุบันโรงแรมในเชียงใหม่มีอยู่ 3.2 หมื่นห้องพัก มีใบอนุญาตถูกต้อง 2.1 หมื่นห้องพัก หรือมีจำนวน 3,000 แห่ง ในจำนวนดังกล่าวไม่มีใบอนุญาต ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบเกสต์เฮาส์ โฮสเทล อพาร์ตเมนต์ บ้าน และคอนโดมิเนียมที่นำมาปล่อยเช่ารายวัน
ทั้งนี้ กฎกระทรวงที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรมปี 2559 ได้เปิดช่องให้ผู้ที่ต้องการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องสามารถดำเนินการได้ เช่น การต่อเติมอาคารต้องมีการดัดแปลงอาคารภายใน 2 ปี นับจากวันที่ 19 ส.ค. 2559 ผ่านครบปี ซึ่งเหลือระยะเวลาอีก 1 ปีเท่านั้น และกรณีของเปลี่ยนการใช้อาคารมาเป็นประกอบธุรกิจโรงแรมให้ทำภายใน 5 ปี หรือภายในเดือน ส.ค. 2563
“ในยุคปัจจุบันนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญต่อการท่องเที่ยวแนวใหม่ ซึ่งสถานที่พักต่างๆ อาจไม่ได้จดทะเบียนเป็นโรงแรมอย่างถูกต้อง ทำให้ละเลยมาตรฐานหลายเรื่อง เช่น มาตรฐานความปลอดภัย การให้บริการ การนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ต้องเป็นโรงแรมที่จดทะเบียน เป็นต้น ต่อไปเอเยนซีขายห้องพักต่างๆ อาจกำหนดให้โรงแรมที่มีการจดทะเบียนเท่านั้นถึงจะรับขายห้องพัก รวมถึงการซื้อขายเนื่องจากนักลงทุนสนใจซื้อเฉพาะโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้อง” นายวสันต์ กล่าว







