
กลต.ชงบอร์ดไฟเขียวเกณฑ์อินฟราสตรัคเจอร์ต.ค.นี้
ก.ล.ต.เตรียมนำเกณฑ์กองทุนอินฟรา สตรัคเจอร์ เสนอบอร์ดพิจารณาเดือนต.ค.นี้ คาดเกณฑ์เรียบร้อยทันไตรมาส 4
ก.ล.ต.เตรียมนำเกณฑ์กองทุนอินฟรา สตรัคเจอร์ เสนอบอร์ดพิจารณาเดือนต.ค.นี้ คาดเกณฑ์เรียบร้อยทันไตรมาส 4
นายประเวช องอาจสิทธิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า คาดว่าจะสามารถนำร่างกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟรา สตรัคเจอร์ฟันด์) เสนอคณะกรรมการก.ล.ต.พิจารณาภายในเดือนต.ค.2553 นี้
หลังจากนั้นอาจมีกฎเกณฑ์ปลีกย่อยทยอยออกมาเพิ่มเติมก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการตลาดทุนอีกครั้ง คาดว่าจะเป็นเดือนต.ค.นี้เช่นกัน หลังจากผ่านบอร์ด 2 คณะนี้แล้วก็จะออกเป็นร่างประกาศ ซึ่งเป็นกรอบการจัดตั้งกองทุนแบบกว้างๆ คาดว่าทั้งหมดจะเสร็จทันภายในไตรมาส 4 ปีนี้อย่างแน่นอน
“กรอบกว้างๆ ที่จะออกมาอาจมีหลักเกณฑ์ปลีกย่อยเพิ่มเติม แต่ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปจากหลักเกณฑ์เดิมที่เคยหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป และยังมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิมและหลังจากที่ออกร่างประกาศแล้ว ผู้ประกอบการและบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)สามารถเดินหน้าออกกองทุนได้”นายประเวช กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นายประเวชระบุว่าหลักเกณฑ์เบื้องต้นจะใกล้เคียงกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ โดยเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อหน่วยลงทุนได้ไม่เกิน 50% และจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปด้วย แต่จะแตกต่างกันในส่วนของสินทรัพย์อ้างอิง ซึ่งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จะต้องนำสินทรัพย์ที่สร้างเสร็จแล้วเท่านั้นมาเป็นสินทรัพย์อ้างอิง
ขณะที่กองทุนอินฟราสตรักเจอร์อาจนำสินทรัพย์ในโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จ (Greenfield Project) และโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว (Brownfield Project) รวมกันได้ โดยจะกำหนดสัดส่วนของทั้งสองส่วนต่อไป
อย่างไรก็ตามขณะนี้มี 3 หน่วยงานที่สนใจจะออกกองทุนดังกล่าว ประกอบด้วยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย การประปา และหน่วยงานของการไฟฟ้า
นายประเวช กล่าวว่า หลังจากกฎเกณฑ์ออกมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะให้ความรู้ผู้ลงทุนเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนอินฟราสตรัคเจอร์ เพราะกองทุนนี้เป็นการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ แต่ก็มีความเสี่ยง ขณะเดียวกันกองทุนเป็นสินค้าใหม่ ดังนั้นทั้งผู้ประกอบการที่จะเอาโครงการมาจัดตั้งกองทุนและตัวบลจ.ที่จะเป็นผู้บริหารก็จะต้องเข้าใจกฎเกณฑ์ที่ก.ล.ต.ประกาศออกมาให้ตรงกัน







