
ธปท.เผยเศรษฐกิจเม.ย.ส่งออกยังเป็นพระเอก
ธปท.ชี้ภาวะเศรษฐกิจเดือนเม.ย.ยังขยายตัวได้ตามการส่งออกที่โตได้ดี ส่วนกำลังซื้อในประเทศยังทรงๆ แถมการลงทุนยังติดลบ
ธปท.ชี้ภาวะเศรษฐกิจเดือนเม.ย.ยังขยายตัวได้ตามการส่งออกที่โตได้ดี ส่วนกำลังซื้อในประเทศยังทรงๆ แถมการลงทุนยังติดลบ
น.ส.พรเพ็ญ สดศรีชัย ผู้อำนวยการ สำนักวิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจ ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมายังขยายตัวได้ โดยมีการส่งออกเป็นภาคที่ขยายตัวได้ค่อนข้างดีขยายตัว 5.9% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน มีมูลค่ารวม 1.65 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งขยายตัวในหลายหมวดสินค้า
"ถามว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมีผลต่อการส่งออกหรือไม่นั้น มองว่าค่าเงินบาทมีทั้งขึ้นและลง ซึ่งการส่งออกหลักๆ น่าจะดีจากผลจากอุปสงค์หรือความต้องการซื้อสินค้าในต่างประเทศที่ปรับดีขึ้น จะดูเพียงปัจจัยค่าเงินบาทเทียบเงินเหรียญสหรัฐอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูค่าเงินอื่นในภูมิภาคด้วย ดูเศรษฐกิจคู่ค้าคู่แข็งด้วยเป็นต้น"น.ส.พรเพ็ญกล่าว
อย่างไรก็ดี การส่งออกที่ดีขึ้นก็ยังไม่ได้ทำให้เกิดการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โดยดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมติดลบ 1.7% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากหมวดยานยนต์สำคัญ เนื่องจากผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตยังต้องใช้เวลาในการระบายสินค้าคงคลังอยู่ บวกกับยอดขายรถยนต์ในเดือนนี้ไม่ได้ดีมากนัก เพราะผู้บริโภคได้เร่งซื้อไปตั้งแต่ไตรมาสแรกปีนี้แล้ว
สำหรับการบริโภคภาคเอกชนหรือกำลังซื้อในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่องที่ 3.6% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากการใช้จ่ายหมวดบริการที่ดีขึ้น ส่วนการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนยังทรงๆ ส่วนการใช้จ่ายสินค้ากึ่งคงทน เช่น เสื้อผ้า ฯลฯ ยังไม่ดีนัก ส่วนหนึ่งเพราะรายได้ของกลุ่มนอกภาคเกษตร(รายได้เงินเดือน)ยังทรงๆ รายได้จากการทำงานล่วงเวลา (โอที) ที่เคยหายไปก่นหน้านี้ยังไม่กลับมา แต่รายได้ในภาคเกษตรปรับดีขึ้นมาก จากยางพารา ผลไม้ เป็นต้น
ขณะที่ การลงทุนภาคเอกชนยังติดลบ 0.2% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนในภาคการก่อสร้างชะลอลง แต่การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกและธุรกิจปิโตรเลียมยังขยายตัวได้
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงต่อเนื่อง ตามราคาอาหารสดเป็นสำคัญ โดยเดือนเม.ย.ปีนี้อยู่ที่ 0.38% ลดลงจากเดือนก่อนที่ 0.76% ส่วนอัตราการว่างงานที่ปรับฤดูกาลทรงตัวจากเดือนก่อนอยู่ที่ 1.2% ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลต่อเนื่องที่ 3,132 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามรายรับจากภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว







