posttoday

ธุรกิจเร่งลงทุนซีเคียวริตี้ ดันตลาดโต 4,200 ล้าน

25 พฤษภาคม 2560

การลงทุนเพิ่มขึ้นจะผลักดันให้ตลาดซีเคียวริตี้ปีนี้มูลค่าพุ่งจาก 3,500 ล้านบาทเพิ่มเป็น 4,200 ล้านบาท

โดย...ทีมข่าวไอทีโพสต์ทูเดย์

กระแสแรนซัมแวร์ วอนนาคราย (WannaCry) ยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่อง แม้ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว ก็ยังคงส่งผลกระทบแก่ภาคธุรกิจ และถ้ายังไม่ปรับตัวหรือเตรียมตัวรับมือแรนซัมแวร์ตัวนี้ ก็ยังคงมีตัวอื่นๆ เข้ามาส่งผลกระทบมากกว่านี้ในอนาคต

วุฒิไกร รัตนไมตรีเกียรติ ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย บริษัท เทรนด์ไมโคร เปิดเผยว่า แรนซัมแวร์มีมา 2 ปีกว่าแล้วเดิมเป็นคอมพิวเตอร์ไวรัสและเริ่มมีหมวดหมู่เยอะขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือเข้ารหัสให้ไม่สามารถเปิดไฟล์ข้อมูลได้ เมื่อเข้ามาอยู่ในเครื่องข้อมูลในรูปแบบต่างๆ จะถูกโจมตีไม่เหมือนกัน มีตั้งแต่ระดับเฉพาะเครื่องไปจนถึงระบบแม่ข่าย

หากอยากได้ไฟล์ข้อมูลคือก็ต้องจ่ายเงิน แต่ในแง่ของผู้ให้บริการด้านระบบซีเคียวริตี้แนะนำให้ไม่จ่าย เพราะอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้จะทำซ้ำ แนะนำให้รีสโตร์ข้อมูลเก่า แต่ถ้าไม่เคยจัดเก็บข้อมูลไว้สำรองเลยทุกอย่างก็เท่ากับศูนย์จึงอยู่ที่ความสำคัญของข้อมูลว่ารักษาและป้องกันความเสี่ยงได้ดีแค่ไหน

ทั้งนี้ แรนซัมแวร์ดังกล่าวมีแฮ็กเกอร์นำไปใช้งานรูปแบบการเข้ารหัสจึงมีมากถึง 176 ประเภท แปลเป็นภาษาท้องถิ่นถึง 27 ภาษา เงินค่าไถ่เริ่มต้นที่ 300 เหรียญสหรัฐ และให้เวลา 7 วันในการจ่ายเงินแก่แฮ็กเกอร์เหล่านี้

อย่างไรก็ดี นอกจากองค์กรไทยเริ่มตื่นตัวเพิ่มขึ้นแล้ว สำหรับบุคคลทั่วไปภัยไซเบอร์ก็กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น โดย นฤนารถ ใจกว้าง ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทย บริษัท เชค พอยต์ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า ความเสี่ยงจากไวรัสมัลแวร์ที่อยู่บนโทรศัพท์มือถือมีด้วยกัน 3 เรื่อง คือ 1.การใช้อินเทอร์เน็ต 2.การเข้าสัญญาณไว-ไฟ 3.เอสเอ็มเอส 

“การให้พนักงานนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในองค์กร รวมถึงอีเมล บริษัทจะป้องกันอย่างไร ซึ่งภัยบนโลกไซเบอร์มาในรูปแบบต่างๆ อาทิ การดาวน์โหลดโปเกมอนมาเล่น การถ่ายรูปคิวอาร์โค้ด องค์กรจึงต้องซื้ออุปกรณ์ให้พนักงาน เพื่อควบคุมภัยในโลกไซเบอร์ได้ในระดับหนึ่ง จากนี้ไปมีแนวโน้มว่าองค์กรจะเริ่มลงทุนระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น”

สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกบานาน่าไอที กล่าวว่า การเกิดภัยในโลกไซเบอร์ทั่วโลก แรนซัมแวร์ WannaCry โจมตีหลายหน่วยงานส่งผลให้องค์กรและบุคคลที่ใช้คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้วินโดวส์ เอ็กซ์พี ซึ่งเครื่องจะเก่า ตื่นตัวและหันมาซื้อเครื่องใหม่เพื่อป้องกันการโดนโจมตี จึงคาดว่า 1 เดือนยอดขายจะโต 10%

ทั้งนี้ หากมีมัลแวร์เกิดแพร่กระจายอีกระลอกหนึ่ง ยิ่งผลักดันให้ตลาดคอมพิวเตอร์โดยรวมมีความคึกคัก ขณะที่ภาพรวมตลาดไอที 1.2 แสนล้านบาท เติบโตมากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือจีดีพี ซึ่งคาดว่าโต 3-3.5% โดยกลุ่มตลาดโน้ตบุ๊กและคอมพิวเตอร์เริ่มกลับมาเติบโตแทนแท็บเล็ตที่อยู่ในภาวะขาลง

จาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ ประจำไอดีซี ประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับการลงทุนระบบรักษาความปลอดภัยระบบไอทีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าจะดันให้ตลาดซีเคียวริตี้ไอทีโตกว่า 15-20% จากปกติเติบโต 10-12% เบื้องต้นการลงทุนเริ่มเห็นชัดเจนช่วงปลายปีหรือต้นปีหน้า

ปัญหาที่องค์กรไทยโดนโจมตี ส่วนใหญ่มาจากอุปกรณ์โอเอสที่เก่าและไม่การอัพเดทตลอดเวลา ขณะที่เป้าหมายการโจมตีไม่เฉพาะแต่องค์กรใหญ่ แต่ยังรวมถึงองค์กรขนาดเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดีพอ ดังนั้นการลงทุนเพิ่มขึ้นจะผลักดันให้ตลาดซีเคียวริตี้ปีนี้มูลค่าพุ่งจาก 3,500 ล้านบาทเพิ่มเป็น 4,200 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

TRUE ปรับโครงสร้างใหญ่ จาก Telenor เป็น “Arise” จุดเปลี่ยนสู่กำไรยั่งยืน