
เงินนอกไหลเข้าดันบาทแข็ง
ตลท.มองครึ่งปีหลังเม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้าไทย เพราะตัวเลขเศรษฐกิจหลายอย่างออกมาดี
ตลท.มองครึ่งปีหลังเม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้าไทย เพราะตัวเลขเศรษฐกิจหลายอย่างออกมาดี
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของไทยที่ออกมาดีเชื่อว่าจะดึงดูดให้เม็ดเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนได้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เพราะตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีเป็นการยืนยันหรือส่งสัญญาณที่ดีปัจจัยพื้นฐานไทยยังดี
“ก่อนหน้านี้เม็ดเงินต่างชาติไม่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย เพราะปี 2559 เงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยและกลุ่มประเทศตะวันออกเฉียงใต้เยอะแล้ว ปีนี้จึงไปซื้อหุ้นในประเทศที่ยังไม่ได้เข้าไปลงทุน อย่าง เกาหลี ไต้หวัน เวียดนาม อินเดีย แทน แต่เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจดีเมื่อเปรียบเทียบเศรษฐกิจแล้วเท่ากันก็เชื่อว่าจะเห็นการไหลกลับเข้ามาของเม็ดเงิน”
นอกจากนั้น ยังมองว่าการบริโภคภายในประเทศก็มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มฐานราก เพราะดัชนีของรายได้เกษตรกรก็ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสแรก ทั้งหมดมาจากราคากลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และราคาเกษตรที่ต่างปรับตัวดีขึ้น
ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้ลดลงเพราะมีนักท่องเที่ยวรัสเซียเข้ามาทดแทนนักท่องเที่ยวจากจีน การลงทุนภาคเอกชนเริ่มฟื้นชัดเจน เพราะมีการนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องจักรเข้ามา ซึ่งแสดงให้ว่าเพื่อเสริมกำลังการผลิตที่ปัจจุบันอยู่ระดับเพียงกว่า 60% ขณะที่ภาคการส่งออกมีดีมากขึ้น
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 11 พ.ค. ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 8,350 ล้านบาท เช่นเดียวกันนักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อ 3.83 หมื่นล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อ 2,701 ล้านบาท ขณะที่มีนักลงทุนบุคคลขายสุทธิหนักถึง 4.94 หมื่นล้านบาท
ฝ่ายวิจัยโนมูระ พัฒนสิน มองว่า จะเห็นการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติในช่วงที่เหลือของปีหลังจากนักลงทุนมีความไม่เชื่อมั่นต่อสหรัฐมากขึ้นทำให้การลดการถือครองเงินเหรียญสหรัฐและหันไปลงทุนสินทรัพย์อื่นจะส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าปีนี้ค่าเงินบาทจะอยู่ที่ 34 บาท/เหรียญสหรัฐ จากก่อนหน้ามองที่ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ
ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 22 พ.ค. ที่ 1,557.73 จุด เพิ่มขึ้น 8.09 จุดด้วยมูลค่าซื้อขาย 38,489.70 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 184.41 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 1,153.13 ล้านบาท ขณะที่พอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ขาย 465.77 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยขาย 871.77 ล้านบาท โดยมีแรงซื้อเข้ามาหุ้นธนาคาร







