posttoday

ปรัชญาเอ็มดี GGC ทำงานเหมือนเป็นบริษัทเรา

20 พฤษภาคม 2560

บริษัท โกลบอลกรีนเคมีคอล (GGC) เป็นหุ้นน้องใหม่รายล่าสุดของกลุ่ม ปตท. ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย/ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

บริษัท โกลบอลกรีนเคมีคอล (GGC) เป็นหุ้นน้องใหม่รายล่าสุดของกลุ่ม ปตท. ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)  GGC เป็นบริษัทเรือธงแกนนำในธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมของกลุ่ม ปตท. ภายใต้การนำของ “จิรวัฒน์ นุริตานนท์” กรรมการผู้จัดการ

“จิรวัฒน์” พื้นเพเป็นคน จ.สิงห์บุรี หลังจบระดับชั้นมัธยมที่บ้านเกิด ก็เข้ามาศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเคมี จบในปี 2532 คว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 ติดมือมาด้วย

เริ่มงานแรกที่บริษัท ปิโตรเคมีแห่งชาติ 1 ปี จากนั้นได้รับทุนเรียนปริญญาโทวิศวกรรมศาสตร์ วิชาเอกสาขาเทคโนโลยีพลังงาน สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) และสอบติดปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเรียนควบคู่ไปพร้อมกับใช้เวลา 2 ปี จนสำเร็จคว้าปริญญาโทที่ AIT แต่ใช้เวลาเรียนที่ธรรมศาสตร์ถึง 5 ปี เพราะเวลาเรียนหรือสอบชนกัน

หลังจบจาก AIT ย้ายมาทำงานบริษัท ไทยโอเลฟินส์ ต่อจากนั้นได้โยกย้ายงานโดยมีประสบการณ์ทำงานมาประมาณ 10 บริษัท

ขณะที่สายงานที่ทำส่วนใหญ่งานด้านแพลนเนอร์ หรืองานนักวางแผน แต่ในช่วงที่ทำงานบริษัท บางกอกโพลีเอททีลีน (BPE) เป็นจังหวะที่คว้าปริญญาโทใบที่สองของคณะบริหารธุรกิจ ด้านการเงินจากธรรมศาสตร์ ร้อนวิชาตัดสินใจลาออกไปสมัครงานที่บริษัทใหม่ ในตำแหน่งนักวิเคราะห์โครงการและการเงินกับบริษัทเทรดดิ้งเคมีภัณฑ์รายใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย ทำงานไปสักระยะเกิดภาวะวิกฤตฟองสบู่เศรษฐกิจแตกบริษัทมีการลดพนักงานจึงต้องออกจากบริษัทนั้นมา

ส่งผลให้มีโอกาสเปลี่ยนมาทำงานมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยมหานคร ย่านหนองจอก ทำอยู่ประมาณ 2 ปี มีเพื่อนร่วมสถาบันที่วิศวะจุฬาฯ มาชักชวนให้ไปร่วมงานด้วย เพราะบริษัทมีแผนจะจัดโครงการไบโอดีเซลจนเป็นบริษัท ไทยโอลีโอเคมี (TOL) บริษัทในเครือของบริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) ในตอนนั้น ซึ่งต้องไปทำงานอยู่ที่ จ.ระยอง

“เป็นโอกาสที่ดีเพราะจะได้ไปอยู่ใกล้ชิดกับภรรยาที่ทำงานอยู่ที่ จ.ระยอง จึงตัดสินใจทำงานที่ TOL และปรับโครงสร้างถึงปัจจุบันกลายเป็น GGC โดยบริษัทที่ตัวเองส่วนใหญ่เคยทำงานทั้งหมดที่กล่าว ปัจจุบันมาควบรวมกิจการจนกลายเป็น บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ตำแหน่งงานที่ทำใน TOL ผู้จัดการโครงการไบโอดีเซล มีหน้าที่ดูแลตั้งแต่การก่อสร้างโรงงาน เมื่อโรงงานเสร็จเปลี่ยนมาดูแลเป็นผู้จัดการสายการผลิต จากนั้นเส้นทางการทำงานเติบโตก้าวหน้าต่อเนื่องจนเป็นผู้จัดการโรงงานในช่วงเวลาประมาณ 4 ปี”

ในเวลาต่อมาผู้บริหารตำแหน่ง Commercial Director ลาออกทำให้ตำแหน่งนี้ว่างลง จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็น Commercial Director ได้รับผิดชอบดูแลงานที่กว้างขึ้น จนกระทั่งกรรมการผู้จัดการคนก่อนหน้าไปรับการโปรโมทแต่งตั้งไปเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท. (PTT) จึงขึ้นมานั่งในตำแหน่งกรรมการของ GGC ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 3-4 ปี เส้นทางการทำงานถือว่าเป็นลูกหม้อที่อยู่กับบริษัทตั้งแต่ช่วงก่อตั้ง

งานที่ TOL เป็นงานที่ตัวเองต้องการทำพอดี เพราะเป็นงานที่จับต้องได้สามารถก่อสร้างตั้งโรงงานไบโอดีเซลจนประสบความสำเร็จจนเดินเครื่องผลิตได้ แต่ในช่วงแรกที่โรงงานยังไม่สามารถทำกำไรได้จึงเกิดแรงบันดาลใจใหม่ต่อว่าต้องการทำให้บริษัทมีกำไรจนก็ทำสำเร็จ แรงบันดาลใจต่อมาคือต้องการทำให้กำไรเติบโตขึ้นทุกปีก็สามารถทำสำเร็จ ทำให้เห็นพัฒนาการของบริษัทอย่างต่อเนื่องเติบโตอย่างชัดเจนจนกระทั่งเป็นบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นเหตุผลที่ทำให้ทำงานที่ GGC ได้นานกว่าที่บริษัทอื่น

ประสบการณ์ทำงานทุกที่ผ่านมาถือว่ามีส่วนช่วยในการทำงานในฐานะกรรมการผู้จัดการ GGC เพราะจากที่มีโอกาสการทำงานหลายบริษัท ทำให้ได้เห็นรูปแบบการทำงานที่หลากหลายทั้งบริษัทขนาดเล็กที่จะมีจุดเด่นความยืดหยุ่นสูงมีการทำงานที่รวดเร็ว เพื่อการเอาตัวในการทำธุรกิจที่คู่แข่งจำนวนมาก แต่ในบริษัทขนาดใหญ่จะมีความต่าง จุดเด่นคือมีกฎระเบียบจำนวนมากการดำเนินงานไม่เน้นความรวดเร็ว แต่จะเน้นที่ความมั่นคงขององค์กร รวมถึงมีความโปร่งใส

ส่งผลให้ได้รับมุมมองในการทำธุรกิจที่หลากหลายทั้งในธุรกิจที่ทำและมุมมองของพนักงานภายในเองด้วย เช่น การทำธุรกิจไบโอดีเซลในบริษัทใหญ่ แต่จากการเคยทำงานกับบริษัทเล็กทำให้รู้มุมมองของคู่แข่งได้ด้วยสามารถมาปรับสร้างเป็นกลยุทธ์ในการแข่งขันทำธุรกิจได้ อีกทั้งการเจอคนจำนวนมากทำให้เรียนรู้ประเภทของคนว่ามีลักษณะความชอบอย่างไรต่อมุมมองในการทำงานสามารถนำมาปรับใช้บริหารบุคลากรในองค์กรได้ด้วย

ปรัชญาสำคัญในการทำงานที่ใช้ตั้งแต่เรียนจบมา คือ “ทำงานของบริษัทให้เหมือนบริษัทเป็นของเราเอง” อีกทั้งยังบอกกับพนักงานส่วนใหญ่ด้วย รวมถึงมีหลักการทำงานที่ยึดใช้คือ “รู้เขา รู้เรา”

เรื่องแรก คือ การรู้และเข้าใจธุรกิจเพื่อกำหนดแนวทางการทำงานให้คนในองค์กรได้

เรื่องที่สอง ต้องรู้จักศึกษาคู่แข่งให้ดีว่ามีรูปแบบธุรกิจหรือการเคลื่อนไหวอย่างไร จากนั้นต้องมากำหนดแผนกลยุทธ์ธุรกิจของบริษัทให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เรื่องที่สาม คือ ต้องรู้โครงสร้างและศักยภาพขององค์กรโดยเฉพาะบุคลากรภายในว่าในแต่ละคนเหมาะสมจะทำงานลักษณะใด เพื่อให้พนักงานแสดงศักยภาพการทำงานได้อย่างเต็มที่

ข่าวล่าสุด

พักเรื่องบินมาฟินเรื่องช็อป! ไอคอนสยาม-ไอซีเอส จัดหนักแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ขนสิทธิพิเศษสู้สงกรานต์ตลอดเดือนเมษายนนี้