posttoday
ขยายออนไลน์ดึงวัยรุ่นดูทีวี

ขยายออนไลน์ดึงวัยรุ่นดูทีวี

16 พฤษภาคม 2560

นีลเส็นแนะทีวีดิจิทัลรับมือดิจิทัลแพลตฟอร์มมาแรง แนะปรับตัวสร้างคอนเทนต์ต่างเรียกวัยรุ่นดูเพิ่มนายสินธุ์ เภตรารัตน์ กรรมการผู้จัดการธุรกิจมีเดียนีลเส็น (ประเทศ ไทย) เปิดเผยว่า จากกระแสดิจิทัลหรือออนไลน์ที่มาแรง ส่งผลให้ปัจจุบันวัยรุ่นไทยดูรายการทีวีผ่านหน้าจอทีวีลดลง เห็นได้จากตัวเลขการรับชมรายการทีวีในช่วงปีที่ผ่านมากลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี มีการดูรายการทีวีเพียง 9% เท่านั้น ลดจากปี 2558 ที่มีการดูทีวีอยู่ที่ 11%ขณะที่กลุ่มเด็กอายุ 4-14 ปี ในปี 2559 ดูทีวีอยู่ที่ 12% ลดลงจากปี 2558 ที่มีการดูทีวีอยู่ที่ 13% ขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไปมีการดูทีวีเพิ่มขึ้น โดยในปี 2559 ที่ผ่านมาดูทีวีอยู่ที่ 78% สูงกว่าปี 2558 อยู่ที่ 76% ซึ่งจากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราเฉลี่ยการดูทีวีผ่านหน้าจอทีวีอยู่ที่ประมาณ 4 ชม. 10 นาทีอย่างไรก็ดี จากการศึกษาไปยังพฤติกรรมของผู้บริโภคในกลุ่มวัยรุ่นพบว่า การดูทีวีของกลุ่มวัยรุ่นไม่ได้ปรับตัวลดลง แต่มีการย้ายแพลตฟอร์มการรับชมไปยังดิจิทัลมากขึ้น เช่น ยูทูบ และเว็บไซต์ของทีวี ซึ่งจากพฤติกรรมการรับชมของกลุ่มวัยรุ่นที่เปลี่ยนไปดังกล่าว ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลควรหั

นีลเส็นแนะทีวีดิจิทัลรับมือดิจิทัลแพลตฟอร์มมาแรง แนะปรับตัวสร้างคอนเทนต์ต่างเรียกวัยรุ่นดูเพิ่ม

นายสินธุ์ เภตรารัตน์ กรรมการผู้จัดการธุรกิจมีเดียนีลเส็น (ประเทศ ไทย) เปิดเผยว่า จากกระแสดิจิทัลหรือออนไลน์ที่มาแรง ส่งผลให้ปัจจุบันวัยรุ่นไทยดูรายการทีวีผ่านหน้าจอทีวีลดลง เห็นได้จากตัวเลขการ
รับชมรายการทีวีในช่วงปีที่ผ่านมากลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี มีการดูรายการทีวีเพียง 9% เท่านั้น ลดจากปี 2558 ที่มีการดูทีวีอยู่ที่ 11%

ขณะที่กลุ่มเด็กอายุ 4-14 ปี ในปี 2559 ดูทีวีอยู่ที่ 12% ลดลงจากปี 2558 ที่มีการดูทีวีอยู่ที่ 13% ขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไปมีการดูทีวีเพิ่มขึ้น โดยในปี 2559 ที่ผ่านมาดูทีวีอยู่ที่ 78% สูงกว่าปี 2558 อยู่ที่ 76% ซึ่งจากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราเฉลี่ยการดูทีวีผ่านหน้าจอทีวีอยู่ที่ประมาณ 4 ชม. 10 นาที

อย่างไรก็ดี จากการศึกษาไปยังพฤติกรรมของผู้บริโภคในกลุ่มวัยรุ่นพบว่า การดูทีวีของกลุ่มวัยรุ่นไม่ได้ปรับตัวลดลง แต่มีการย้ายแพลตฟอร์มการรับชมไปยังดิจิทัลมากขึ้น เช่น ยูทูบ และเว็บไซต์ของทีวี ซึ่งจากพฤติกรรมการรับชมของกลุ่มวัยรุ่นที่เปลี่ยนไปดังกล่าว ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลควรหันมาให้ความสำคัญกับการทำการตลาดในแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ชมดังกล่าว

“ผู้ชมตอนนี้มีทางเลือกมากขึ้น และส่วนใหญ่ก็จะเลือกดูในสิ่งที่ตัวเองชอบ ซึ่งถือว่ามีความแตกต่างอย่างมากกับช่วงก่อนที่จะเกิดทีวีดิจิทัล โดยขณะนั้นคอนเทนต์ที่ผู้บริโภครับชมหลักๆ ก็จะมีละคร หรือฟุตบอล ส่วนทีวีที่เลือกดูก็จะมีแค่ช่อง 3 และช่อง 7 เท่านั้น” นายสินธุ์ กล่าว

ทั้งนี้ นอกจากจะให้ความสำคัญในด้านของการขยายแพลตฟอร์มเพื่อขยายฐานผู้ชม ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มรายได้แล้ว ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยังควรให้ความสำคัญในด้านของคอนเทนต์ ที่ต้องสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างบุคลิกที่ชัดเจนให้กับช่อง เช่น ช่องเวิร์คพอยท์ ที่ประสบความสำเร็จ เพราะมีการสร้างคอนเทนต์รายการที่แตกต่างเห็นได้ชัดก็รายการเดอะ แมสก์ ซิงเกอร์ ที่เคยสร้างเรตติ้งได้สูงสุดถึง 17.4

นายสินธุ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้น แต่คอนเทนต์ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อผู้ชมนึกถึงทีวีหนึ่งช่องจะนึกถึงคอนเทนต์เป็นอันดับแรก ดังนั้นคอนเทนต์จึงเปรียบเสมือนแม่เหล็กที่ดึงให้ผู้ชมเข้ามา และเป็นหัวใจหลักของช่องที่จะประสบความสำเร็จติดอันดับต้นๆ เช่น เมื่อนึกถึงช่อง 3 ช่อง 7 ก็จะนึกถึงละคร และเมื่อนึกถึงช่องเวิร์คพอยท์ก็จะนึกถึงรายการประกวด เกมโชว์ และถ้านึกถึงช่องโมโน ก็จะนึกถึงภาพยนตร์ต่างประเทศ เป็นต้น 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน