posttoday
บีโอไอเผยนักลงทุนต่างชาติยังเชื่อมั่นไทย

บีโอไอเผยนักลงทุนต่างชาติยังเชื่อมั่นไทย

13 กันยายน 2553

บีโอไอแจงผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติยังมองไทยน่าลงทุนกว่า 71.9% โดย 97 บริษัทเล็งลงทุนเพิ่มปี 54 อีก 1.3 แสนล้านบาท

บีโอไอแจงผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติยังมองไทยน่าลงทุนกว่า 71.9% โดย 97 บริษัทเล็งลงทุนเพิ่มปี 54 อีก 1.3 แสนล้านบาท

นายชัยวุฒิ   บรรณวัฒน์   รมว.อุตสาหกรรม  เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ได้รายงานผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ประจำปี 2553ที่เข้ามาลงทุนในไทยทั้งบริษัทที่ได้รับและไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ช่วงเดือนก.พ.-ก.ค. 2553จำนวน 686 บริษัท  พบว่า นักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในไทย มีระดับความเชื่อมั่นในทุกๆด้านสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการอยู่ที่  71.9%  ปรับเพิ่มขึ้นจากดัชนีความเชื่อมั่นปี 2552 ที่มีเพียง  41.5%

โดยนักลงทุนกว่า  50% วางแผนรักษาระดับการลงทุนในประเทศไทยช่วงปี 2553-2554 ต่อไป และมองว่าในปี 2554 จะดีขึ้น    ในขณะที่นักลงทุน 45.1%  มีแผนขยายกิจการในประเทศไทยเพิ่มเติม เนื่องจากมีความเชื่อมั่นต่อสิทธิและประโยชน์ของการส่งเสริมการลงทุน และมาตรการสนับสนุนอื่น ๆ ของภาครัฐ มั่นใจต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย มีอัตราค่าจ้างที่เหมาะสม  

นอกจากนี้ยังรายงานผลสำรวจภาวะการจ้างงาน การผลิต และการจำหน่าย ของบริษัทขนาดใหญ่ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ และมีมูลค่าเงินลงทุนของทุกโครงการรวมกันตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป  รวม 400 บริษัท  พบว่า บริษัทต่างๆ ในทุกอุตสาหกรรม จ้างงานเพิ่มขึ้นในกลุ่มอุตสากรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่มีบริษัทวางแผนจะขยายการลงทุนในปี 2554 จำนวน 97 บริษัท มีมูลค่าเงินลงทุนรวม  1.31 แสนล้านบาท  กระจายในทุกอุตสาหกรรม

เมื่อเปรียบเทียบความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยกับ 6 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย และจีน  นักลงทุนมองว่าไทยมีความสามารถในการแข่งขันทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในรูปแบบของระบบขนส่ง สาธารณูปโภค บริการสื่อสาร และการจัดการด้านโลจิสติกส์ ดีกว่าในทุกๆด้าน 

"ช่วงเวลาการสำรวจเกิดขึ้นก่อนและหลังเหตุชุมนุมทางการเมือง ดังนั้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เกิดขึ้นนั้น จึงแสดงให้เห็นได้ว่าแม้ไทยจะมีเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง แต่นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นต่อพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และศักยภาพของประเทศไทยที่เป็นแหล่งรองรับการลงทุนจากต่างชาติได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามมีข้อเสนอจากนักลงทุนบางส่วนต้องการให้ปรับปรุงการบริหารระบบราชการและยกเลิกขั้นตอนต่างๆ ที่ไม่จำเป็นเพื่อให้เกิดความสะดวกยิ่งขึ้น  ซึ่งหน่วยงานต่างๆ จะได้นำไปพิจารณาหาแนวทางแก้ไขต่อไป"นายชัยวุฒิ กล่าว

สำหรับภาวะการขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ส.ค. 2553) มีทั้งสิ้น 949 โครงการ เงินลงทุนรวม 2.69 แสนล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าการลงทุน โดยกิจการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนส่วนใหญ่เป็นกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าชธรรมชาติ และพลังงานทดแทน ชิ้นส่วนยานยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น 

นายชัยวุฒิ ว่า นอกจากนี้ บอร์ดบีโอไอ ยังเห็นชอบ ให้เปิดส่งเสริมกิจการเขตดาต้า เซ็นเตอร์ เพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนพัฒนาพื้นที่สำหรับกิจการในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ได้มาตรฐานระดับสูง เช่น เป็นศูนย์กลางรองรับเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เครื่องประมวลผลขนาดใหญ่ เครื่องบันทึกข้อมูล เครือข่ายสัญญาณ อุปกรณ์เครือข่าย รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ  รวมทั้งการปรับปรุงนโยบายส่งเสริมการลงทุนกิจการคัดคุณภาพ บรรจุ เก็บรักษา พืช ผัก ผลไม้ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่   โดยหากเป็นการขอรับส่งเสริมการลงทุนในกิจการคัดคุณภาพข้าวครบวงจร ให้รวมถึงโครงการที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการ อบพืช ไซโล และกระบวนการสีข้าวได้ เพื่อให้สามารถดำเนินการอย่างครบวงจรมากขึ้น รวมถึงสามารถควบคุมคุณภาพข้าว และตรวจสอบย้อนกลับ   ส่งผลดีต่อการส่งออกข้าวของประเทศ   

ขณะเดียวกันได้อนุมัติ 12 โครงการ มูลค่าการลงทุน  2.02 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพลังงานทดแทน  เช่น โครงการโรงไฟฟ้าก๊าชธรรมชาติ ลม แสงอาทิตย์ และเชื้อเพลิงชีวภาพ มีจำนวน  7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.34 หมื่น ล้านบาท  

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ