
พัฒนสินเปิดโพยหุ้นกลุ่มได้-เสียบาทแข็ง
บริษัทหลักทรัพย์พัฒนสินเปิดรายชื่อหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลดี-ผลเสียจากค่าบาทแข็ง
บริษัทหลักทรัพย์พัฒนสินเปิดรายชื่อหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลดี-ผลเสียจากค่าบาทแข็ง
บริษัทหลักทรัพย์พัฒนสินระบุว่า นับตั้งแต่สิ้นปี 2552 จนถึงส.ค. 2553 ค่าเงินบาทแข็งค่าแล้ว 6.18% ซึ่งเป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่นและมาเลเชียและบทสมมุติฐานว่าหากค่าเงินบาทแข็งค่ามายืนที่ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ในปี 2554 ขยายตัวลดลงเหลือ 3.9% จากเดิมขยายตัว 4.8%
อย่างไรก็ตามผลกระทบจากเพราะเงินบาทที่แข็งค่าทุกๆ1% จะทำให้การส่งออกลดลง โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรจะลดลง 0.54% หมวดที่ได้รับผลกระทบรองลงมา คือ สินค้าอุตสาหกรรมประเภท รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าจะลดลง 0.46 %
ส่วนกลุ่มที่จะได้รับผลดีจากบาทแข็งค่าคือ กลุ่มที่นำเข้าวัตุถดิบ เครื่องจักรจากต่างประเทศและมีรายได้หลักในประเทศ
รวมถึงกลุ่มที่มีหนี้ต่างประเทศ
ดังนั้นจึงแนะนำ 1. กลุ่มรับเหมาฯ และอสังหา เช่น อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์( ITD ) ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC)ช.การช่าง( CK) บริษัท โตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL ) แอลพีเอ็นดีเวลล็อปเมนต์(LPN) พฤกษาเรียลเอสเตท( PS)เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้( AP) เนื่อง จากต้นทุนเหล็กก่อสร้างและเครื่องจักรก่อสร้างนำเข้าที่น่าจะลดลง รวมถึงต้นทุนในการขนส่ง ค่าเงินบาทที่แข็งค่าจะช่วยสนับสนุนให้ราคาน้ำมัน และราคาวัตถุดิบถูกลง (มาร์จิ้นดีขึ้น)
2.กลุ่มเหล็ก ทาทาสตีล(ประเทศไทย)( TSTH) และสหวิริยาสตีล( SSI) ได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์
3.กลุ่มยานยนต์ สมบูรณ์แอดวานซ์(SAT ) ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY )อาปิโก ไฮเทค ( AH) เนื่องจากต้นทุนชิ้นส่วน และเครื่องจักรนำเข้าเป็นสกุลดอลลาร์ส่วนใหญ่ แต่ระยะยาวอาจจะมีผลกระทบหากค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินคาดเนื่องจาก อาจถูกแรงกดดันด้านมาร์จิ้นจาก Supplier ที่เป็นผู้ประกอบชิ้นส่วน (Assembly) ส่งออก
4.กลุ่มขนส่ง (ที่มีหนี้ต่างประเทศ) คาด การบินไทย( THAI) อาร์ซีแอล( RCL) ได้ประโยชน์จาก FX gain เพราะสัดส่วนสกุลเงิน EUR และ USD สูง แต่ ท่าอากาศยาน(AOT) (ผลกระทบยังไม่ชัดเจนยังต้องรอปิดงวด) ปัจจุบันน่าจะมี FX loss จากมีเงินกู้เยนสูง และ ค่าเงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบบาทในปัจจุบัน







